Amanda Gardner : เขียน
สุริยา เผือกพันธ์ : แปลและเรียบเรียง
“ลับคมสมองด้วยเคล็ดลับการชะลอความแก่ที่น่าประหลาดเหล่านี้”
9. เริ่มต้นการถักทอ (Take up Knitting) กิจกรรมที่ใช้มือของเราเช่น การถักทอ การปักโครเชต์และการทำสวน ช่วยปลดปล่อยความเครียดและยังช่วยรักษาความหนุ่มของสมองด้วย ในปี 2013 มีการสำรวจคนเย็บ ปักถักร้อย 3,500 คนทั่วโลก พบว่ามีความสัมพันธ์กันระหว่างการถักทอกับการใช้สติปัญญา คนที่เย็บปักถักร้อยมีการใช้สติปัญญามากกว่า
10. ค้นหาจุดหมาย (Find Your purpose) คนที่อยู่อย่างมีจุดหมายจะมีอัตราความทุกข์น้อยและมีแนวโน้มที่มีชีวิตที่ยืนยาวกว่า จากการศึกษาพบว่า การมีทัศนคติเชิงบวกมีผลดีต่อสมองด้วยในการศึกษาหนึ่งรายงานว่าการมีจุดหมายในชีวิตที่แน่นอนจะทำให้ปลอดภัยจาก โรคอัลไซเมอร์(Alzheimer’s-free) มากกว่าคนที่อยู่อย่างไม่มีจุดหมายถึงสองเท่าการพัฒนาความรู้สึกของการมีชีวิตอย่างมีจุดหมายที่ให้ผลกระทบเชิงบวกเราสามารถทำได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงานโดยเราสามารถจะเป็นอาสาสมัครทำในสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่ามันมีความหมายสำหรับเราก็ได้
11. เข้าสังคม (Be Social) ให้เวลากับเพื่อนและครอบครัวมาก ๆโดยเฉพาะเมื่อเรามีอายุมากขึ้น มันอาจเป็นวิธีหนึ่งที่จะเป็นกันชนเพื่อเอาชนะความเสื่อมทางจิตใจ ในการศึกษาหนึ่ง คนที่เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมบ่อยครั้งมากกว่าและรู้สึกกว่าได้รับการสนับสนุนจากสังคมอย่างเพียงพอจะทำในสิ่งที่วัดด้วยความจำได้ดี พอ ๆ กับความเร็วในกระบวนการพัฒนาจิตใจ “การผูกพันกับสังคมมีความเชื่อมโยงกับความว่องไวทางจิตใจ” คาร์เร่ เกลียสัน (Carey Gleason) จิตแพทย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์และสาธารณสุขมหาวิทยาลัยวิสคอนซิลในเมืองเมดิสัน กล่าว
12. เล่นวิดีโอเกม (Play a Video Game) บริษัทลาโมซิตี้ (Lumosity) เก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนสำหรับเกมฝึกสมอง แต่เล่นเกมปริศนา Xbox ของเด็ก ๆ อาจให้ผลเหมือนกัน และขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเล่นที่อาจให้ประสิทธิภาพได้มากกว่า การศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดาถึงการเล่นเกมของบริษัท Lumosity หรือเกม Portal 2 เกมปริศนาในคอมพิวเตอร์คือ Playstation และ Xbox พบว่าคนที่เล่นเกม Portal 2 ทำคะแนนการทดสอบได้ดีกว่าในเกมการแก้ปัญหา ทักษะเกี่ยวกับพื้นที่และความอดทน การวิจัยอื่น ๆ ได้แสดงให้เห็นว่า การเล่นเกม Tetris (เกมแก้ปัญหา) อาจเพิ่มเนื้อสีเทา (Gray Matter) ในสมองซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวกับความเฉลียวฉลาด
13. ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ (Use Your Time Efficiently)อย่าใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมงกับสิ่งที่จะต้องทำโดยใช้เวลาเพียง 10 นาที ตรงกันข้ามอย่าใช้เวลาเพียง 10 นาทีกับสิ่งที่จะต้องทำโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงหรืออีกนัยหนึ่ง เป็นการวัดพลังงานทางจิตใจ “การตัดสินจากการใช้พลังงานทางจิตใจว่าใช้เท่าไรในการทำงาน” แชปแมน (Chapman) กล่าว“การให้พลังงานอย่างเต็มที่ของเราตลอดเวลา จริง ๆ แล้ว เป็นการลดค่าทรัพยากรเราจะรู้ได้เมื่อทำบางสิ่งด้วยความรวดเร็วหรือทำบางสิ่งอย่างเชื่องช้า”
14. เขียนโดยใช้มือ (Write by Hand) แน่ล่ะ การพิมพ์นั้นเร็วกว่าแต่การใช้เวลาเขียนที่ยาวนานกว่าอาจดีต่อสมองของเรา การศึกษาหลายครั้งได้แสดงให้เห็นถึง การเรียนรู้ของนักเรียนดีกว่าเมื่อพวกเขาเขียนบันทึกโดยใช้มือ เพราะว่ามันส่งเสริมให้พวกเขาเข้าถึงกระบวนการของข้อมูลข่าวสารที่พวกเขาทำอยู่นั้น โดยเฉพาะการคัดลายมือ (Cursive) ที่เราเรียนในชั้นประถมศึกษาอาจมีประโยชน์มาก ๆ คนที่ได้เกรดสูงคนแรกที่เรียนเขียนด้วยการคัดลายมือจะทำคะแนนการอ่านและสะกดคำ ได้สูงกว่าเพื่อนที่เรียนด้วยการพิมพ์
15. หลับสักงีบ (Take Naps) สิ่งที่จะทำต่อไปคือ หลบไปหลับเงียบ ๆ สักพัก มันจะช่วยสร้างพลังสมองให้กลับมาใหม่ นักวิจัยชาวเยอรมันกลุ่มหนึ่ง เห็นการพัฒนาความจำของคนที่งีบหลับแม้เพียงแค่หกนาที แม้ว่าผลจะดีกว่าคนที่หลับยาวกว่า ในทางตรงกันข้ามปัญหาในการนอนหลับ เช่น นอนไม่อิ่ม (Sleep Apnea) และโรคนอนไม่หลับ(Insomnia) มีความเกี่ยวพันกับภาวะสมองเสื่อม การวิจัยนั้นยังอยู่ในระยะเริ่มต้น (คนที่มีภาวะสมองเสื่อมจะรบกวนการนอน) แต่จำไว้ว่า การนอน 7 - 8 ชั่วโมง อาจช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น และหวังอย่างเต็มที่ว่าจะมีสุขภาพดีขึ้นด้วย
16. ล้างชาม (Wash the dishes) มันอาจดูง่ายกว่าที่เราคิด ที่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากการใช้ร่างกายทำกิจกรรม ตามที่มีการศึกษาในครั้งหนึ่ง การล้างชาม การทำครัวและการทำความสะอาด สามารถเพิ่มการทำกิจกรรมประจำวันโดยรวมของเรา เป็นการลดความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ ในการศึกษานี้ คนที่มีกิจกรรมโดยใช้ร่างกายโดยรวมน้อยที่สุดมีโอกาสที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนที่ทำกิจกรรมมากที่สุดตามรายงานถึงสองเท่า แม้ว่าจะนับการเล่นไพ่และขี่วิลแชร์ด้วย
17. ทำในสิ่งที่ท้าทายมากขึ้น (Ramp it up) ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางกายหรือทางจิตใจ เรามีความต้องการที่จะผลักดันกิจกรรมให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดไปให้ได้ เพื่อไปให้ถึงซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับ “เราต้องการทำในสิ่งที่ท้าทาย อันเป็นการยกระดับด้วยตัวเราเอง นั่นแหละคือประโยชน์ที่เราได้รับ” เวริกฮิสส์กล่าว
“อย่าหยุดความพึงพอใจไว้แค่การเล่นครอสเวริ์ดง่าย ๆ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่จงเล่นต่อไปจนกระทั่งเราเก่งขึ้นจนสามารถแก้ปัญหา (Brainteaser) ที่ยาก ๆ ในวันเสาร์ได้อย่างเพลิดเพลิน” ไม่ต่างอะไรกับรักษาระยะทางการเดินของเราต่อไป
Amanda Gardner is an actress, known for Up a Hill (2012), Dates Like This (2012) and Working Out the Kinks (2016).
http://motto.time.com/4117902/age-proof-your-brain/?xid=time_socialflow_facebook (March 29, 2017)




