สุริยา เผือกพันธ์: เรียบเรียง
“มนุษย์เรายอมสูญเสียสุขภาพเพื่อให้ได้เงินมา
แล้วยอมสูญเสียเงินตราเพื่อฟื้นฟูรักษาสุขภาพ” ข้อควรฉงนของดาไล ลามะที่กล่าวไว้ เป็นเรื่องจริงในสังคมของเรา
อาจไม่ใช่ข้อกังวลนักหากบุคคลดังกล่าวอยู่ในสถานะที่พึ่งพาตนเองได้ แต่สำหรับ “คนเปราะบาง” มันเป็นโศกนาฏกรรมแห่งชีวิตเลยทีเดียว
ความเปราะบางคืออะไร สถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล (2560) ได้ให้คำนิยามไว้ว่า
ความเปราะบางคือสภาพที่ทำให้อ่อนแอหรืออ่อนด้อยไม่มีกำลังและความสามารถพอที่จะรับมือกับปัญหาที่เข้ามากระทบ รวมทั้งไม่สามารถจะคาดการณ์หรือวางแผนล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิผลว่า เมื่อเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นจะจัดการอย่างไรและเมื่อได้รับผลกระทบจากปัญหา จนอยู่ในสภาพที่เสียหลักล้มหรือ “บอบช้ำ”แล้ว จะสามารถลุกขึ้นและกลับคืนมาสู่สภาพที่เป็นปกติได้อย่างไร
คนเปราะบาง
มีหลากหลายกลุ่ม เป็นกลุ่มเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้หญิง เด็กเร่ร่อน/คนไร้บ้าน กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
กลุ่มผู้พิการทางกายและจิต คนที่มีปัญหาทางพฤติกรรมและการเรียน
ชนกลุ่มน้อยกลุ่มชาติพันธุ์ คนไร้สัญชาติ คนพลัดถิ่น ผู้ต้องขังในทัณฑสถาน คนยากจน และแรงงานต่างด้าว เป็นต้น
ชนกลุ่มน้อยกลุ่มชาติพันธุ์ คนไร้สัญชาติ คนพลัดถิ่น ผู้ต้องขังในทัณฑสถาน คนยากจน และแรงงานต่างด้าว เป็นต้น
คนเหล่านี้
แม้ว่าจะแตกต่างกันและหลากหลายเพียงใด ทุกคนในทุกกลุ่มก็ควรจะมีโอกาสและสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต อย่างน้อยก็ในเรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถูกสุขลักษณะ
การรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วย ได้เรียนรู้เพื่อการมีชีวิตที่มีคุณภาพ
มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในกิจการของส่วนรวมและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งหมดคือองค์ประกอบพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน
ในที่นี้จะกล่าวถึง
กลุ่มคนที่คุ้นชินมากกว่ากลุ่มอื่น ๆคือกลุ่มคนจนองค์การสหประชาชาตินิยามความยากจนไว้ว่า ความยากจนคือ สภาพที่คนเราไม่มีโอกาสและไม่มีทางเลือกที่นำไปสู่ ความเป็นอยู่ที่ดี
มีสุขภาพที่ดี มีศักดิ์ศรีและมีความเคารพในตนเองและผู้อื่น
ความยากจนเป็นต้นเหตุของความอ่อนด้อยหลายด้าน
เช่น ที่อยู่ไม่ถูกสุขลักษณะ สุขภาพไม่ดี ได้รับการศึกษาน้อย ในประทศไทย คนยากจนคือ กลุ่มคนเปราะบางที่่ใหญ่ที่สุด โดยกลุ่มคนเหล่านี้อาศัยอยู่ในชนบทร้อยละ 62 ได้รับการศึกษาน้อย
ร้อยละ 82.3 มีการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ที่สูงกว่าระดับประถมศึกษา
แต่ไม่เกินระดับอนุปริญญามีร้อยละ 17 มีอาชีพเกษตรกรรม
ครอบครัวขนาดใหญ่/ลูกมาก เป็นครอบครัวข้ามรุ่น (ผู้สูงอายุอยู่กับเด็ก)
และผู้สูงอายุอยู่คนเดียวตามลำพัง
คนจนมีสิทธิเช่นคนอื่น
ๆ ในสังคม แต่มีโอกาสเข้าถึงบริการต่าง ๆในปริมาณและคุณภาพที่ด้อยกว่า เช่น การศึกษาและสุขภาพ
รายงานการวิเคราะห์ความยากจนและความเหลื่อมลำ้ในประเทศไทยปี 2558 ชี้ให้เห็นว่า
ในด้านการศึกษา กลุ่มประชากรร้อยละ
10 ที่มีฐานะความเป็นอยู่ที่ด้อยที่สุด มีโอกาสศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพียงร้อยละ 39 กลุ่มประชากรร้อยละ 10 ที่มีฐานความเป็นอยู่ดีที่สุด มีโอกาสถึง ร้อยละ 70
ในด้านสาธารณสุข
คนจนมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากรัฐจัดให้ แต่ค่ารายหัวไม่เท่ากัน โดยกลุ่มคนรายได้น้อย (เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน) ในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และประกันสังคม ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ประมาณ 4 เท่า
อย่างไรก็ตามสำหรับด้านสาธารณสุข
ประเทศไทยดำเนินนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตั้งแต่ปี 2544-2545 ซึ่งปัจจุบันสิทธิในการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพมีความครอบคลุมถึงประชาชนทุกคน ภายใต้ 3 กองทุนสุขภาพหลัก
ได้แก่หลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือโครงการบัตรทอง (ร้อยละ 73.7) ประกันสังคม (ร้อยละ 17.2) และสิทธิสวัสดิการข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ (ร้อยละ 7.4)
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา
คนไทยได้รับความคุ้มครองความเสี่ยง จากค่าใช้จ่ายทางสุขภาพที่ดีขึ้นต่อเนื่อง
สะท้อนจากร้อยละครัวเรือนที่ล้มละลายและครัวเรือนที่ตกอยู่ในภาวะยากจน อันมีสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายทางสุขภาพที่ลดลง แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่จำเป็นที่ดีขึ้นของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ยากจนและเปราะบาง
โครงสร้างทางสังคมไม่เป็นธรรม
จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่คนจำนวนหนึ่งมีโอกาสมากกว่าคนอื่น ๆ ในการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ยิ่งสังคมมีความเหลื่อมลำ้มากเท่าใด ระดับความยากจนและจำนวนคนจนจะมีมากขึ้นเท่านั้น ผลของความเหลื่อมล้ำ ทำให้ความมั่งคั่ง (เงินทอง ทรัพย์สิน)ทรัพยากร (ทรัพยากรธรรมชาติ ความรู้และเทคโนโลยี) โอกาสเข้าถึงสิ่งดี ๆ สำหรับชีวิต ถูกครอบครองโดยคนส่วนน้อย
สิ่งที่ตามมาคือ
ความขัดแย้งในสังคม สังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูงจะมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มหรือระหว่างชนชั้นสูง มีปัญหาด้านสุขภาพและปัญหาอื่น ๆ มากกว่าในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำในระดับต่ำกว่า
สุขภาพเป็นความเหลื่อมล้ำด้านหนึ่งของคนในสังคมไทย
การดำเนินนโยบายของรัฐในการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การทำให้ประชาชนทุกคนได้รับการคุ้มครองความเสี่ยงทางการเงินจากค่ารักษาพยาบาลสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ รวมถึงยาพื้นฐานและวัคซีนที่จำเป็น เป็นหลักการพื้นฐานในการบรรลุระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประชาชน เป็นมือที่ประคองของคนเปราะบางในสังคมไทย
...........................................................................................
เอกสารประกอบการสอนวิชา ศท 0201 การศึกษาทั่วไปเพื่อการพัฒนามนุษย์ วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ เรียบเรียงจาก: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม สุขภาพคนไทย 2560. มหาวิทยาลัยมหิดล 2560. ท่านที่สนใจสามารถติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเอกสารดังกล่าว











