Deb Paterson:
เขียน
สุริยา เผือกพันธ์, สุวันลา ม่วงรัตน์: แปลและเรียบเรียง
คุณคงจำได้
สิ่งที่เราชอบปฏิบัติกันในห้องเรียนเมื่อก่อนคือ จะมีแถวของโต๊ะและเก้าอี้้เรียงกันต่อหน้าครูที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียน
หน้าที่ของคุณคือ เงียบ ฟังครูสอนและทำในสิ่งที่ครูบอก ที่กล่าวมานี้เป็นตัวอย่างของการสอนที่มีครูเป็นศูนย์กลาง เราเรียกวิธีการสอนแบบนี้ว่า Pedagogy
การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
การเรียนรู้ของผู้ใหญ่มีวิธีการที่แตกต่าง
เมื่อถึงเวลาที่คุณเป็นผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่คุณจะมีความรับผิดชอบต่อความสำเร็จและมีความสามารถในการตัดสินใจด้วยตัวคุณเองด้วยข้อมูลข่าวสารที่คุณมี
ผู้ใหญ่จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อการเรียนรู้นั้นเน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ
ไม่ใช่ครู เราเรียกวิธีการสอนนี้ว่า Andragogy ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้ใหญ่ได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความแตกต่าง (The
Differences)
แมลคอล์ม โนวส์ (Malcolm Knowles)
ผู้บุกเบิกในการศึกษาเรื่องการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ สังเกตเห็นว่า ผู้ใหญ่จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อ
1.เมื่อพวกเขาเห็นว่าสิ่งที่เรียนมีความสำคัญที่ต้องเรียนและต้องปฏิบัติ
2.มีอิสระในการเรียนด้วยวิธีการของตนเอง
3.ได้เรียนรู้จากประสบการณ์
4.เวลานั้นเหมาะสมสำหรับพวกเขา
5.มีกระบวนการที่สนับสนุนในเชิงบวก
การศึกษาต่อเนื่อง (Continuing Education)
การศึกษาต่อเนื่องมีความหมายกว้าง
ความรู้สึกโดยทั่วไปส่วนมากเวลาใดก็ตามที่คุณกลับไปห้องเรียนแล้วเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นั่นแหละคือการศึกษาต่อเนื่อง ลองนึกถึง การฟังซีดีการพัฒนาบุคลิกภาพในรถยนต์คุณจะเห็นภาพ คนที่เรียนจบปริญญามาก็เช่นกัน ต่อไปนี้คือ ประเภทของการศึกษาต่อเนื่องแบบง่าย ๆ
1.การจบ (GED) ม.ปลาย
2.การจบปริญญาระดับต่าง
ๆ เช่น ปริญญาตรี ปริญญาโทหรือ
ปริญญาเอก
3.ประกาศนียบัตรวิชาชีพ
4.การฝึกฝนระหว่างการทำงาน
(On – the - Job training)
5.เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง
6.การพัฒนาบุคลิกภาพ
ที่ไหนก็จัดการเรียนรู้ได้ (Where it all Happens)
ทฤษฎีการสอนที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาแบบต่อเนื่องมีความหลากหลาย คุณอาจเรียนในห้องเรียนแบบเดิม ๆ หรือเป็นศูนย์การประชุมใกล้ชายหาด อาจเริ่มเรียนก่อนอรุณรุ่งหรือยามอาทิตย์อัสดงก็ย่อมได้
หลักสูตรหนึ่งเดือน
หรือเป็นปีมีให้เลือก หรือแม้เพียงสองสามชั่วโมง ขึ้นอยู่กับที่คุณพอใจ
การเรียนรู้ต่อเนื่อง
ไม่สำคัญว่าคุณจะอายุเท่าใด ย่อมได้ประโยชน์ทั้งสิน การค้นพบและเก็บความฝันของคุณไว้ได้อย่างยาวนาน จะทำให้คุณทำงานด้วยความเป็นสุข จึงไม่มีคำว่าสายเกินไป
คุณควรกลับไปเรียนอีกหรือไม่ (Should You Go Back To School?)
ดังนั้น
อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการเรียนและต้องการประสบความสำเร็จ คุณเคยกลับไปเรียนเพื่อสอบเทียบชั้น ม.ปลายไหม ปริญญาตรีล่ะ หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพของคุณกำลังหมดอายุ คุณรู้สึกต้องการความรู้เกี่ยวกับงานอดิเรกใหม่ ๆ หรือไม่ หรือ
ต้องการความก้าวหน้าในบริษัทที่ทำงาน
พึงระลึกเสมอว่า
การเรียนรู้ของผู้ใหญ่มีความแตกต่างจากการเรียนในตอนเด็ก ๆ โปรดตอบตัวเองในคำถามต่อไปนี้
1.ทำไมฉันจึงคิดกลับไปเรียนอีก
2.ความสำเร็จที่ฉันต้องการจริง
ๆ คืออะไร
3.ฉันมีความพยายามมากไหม
4.หรือฉันทำในข้อ
3 ไม่ได้
5.มันเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับฉันแล้วหรือ
6.เดี๋ยวนี้ฉันมีวินัยและมีอิสระในการเรียนไหม
7.ฉันมีโรงเรียน
มีคนที่จะช่วยเหลือและมีวิธีการเรียนที่เหมาะสมสำหรับตัวเองแล้วหรือ
8.จะมีการส่งเสริมสนับสนุนมากแค่ไหน
ถ้าหากฉันมีความขาดแคลนและต้องการได้สิ่งนั้นมา
มีแนวความคิดอีกมากมายเกี่ยวกับการตัดสินใจที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่องแต่....
โปรดอย่าลืมว่า ถ้าคุณมีความต้องการจริง ๆ
คุณจะบันดาลให้มันเกิดขึ้นได้ อีกทั้งจะมีใครต่อใครมาช่วยให้คุณประสบความสำเร็จดั่งหวัง
...............................................................................................................
www.ThoughtCo.Com

www.ThoughtCo.Com








