ผมกดเข็มไมล์จักรยานไปที่เลขศูนย์
แล้วปั่นมันออกจากที่พักไปตามถนนจันทนิมิตหลังโบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล
ริมฝั่งแม่น้ำจันทบูร แล้วเริ่มต้นอาหารเช้าแบบเบา ๆที่ร้านอาหารเวียดนาม ดื่มกาแฟดำหวานเข้มมีขนมปังทาแยมและไข่กระทะเป็นกับแกล้มเท่านี้ก็รับประกันได้ว่าอยู่ยาวไปถึงเที่ยงวัน
"ร้านอาหารเวียดนาม หน้าโบสถ์นิรมล"
หลังจัดการมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว จูงรถข้ามสะพานไปลัดเลาะตลาดริมน้ำในยามเช้า เวลาเช้าเยี่ยงนี้ บรรยากาศยังดูสงบเงียบ ร้านรวงยังเปิดไม่หมด
ถนนจึงว่างพอที่จะใช้จักรยานเป็นพาหนะปั่นดูนี่ดูนั่นไปตามท้องถนน
ผมใช้เวลาไม่นานนักสำหรับที่นี่เนื่องจากว่าปีที่แล้วมา เคยแวะมาเยี่ยมเยียนแบบเจาะลึกมาครั้งหนึ่งแล้ว
ชุมชนริมน้ำจันทบูรจึงเป็นทางผ่านผมจะไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองนั่นคือ
ศาลหลักเมืองและศาลพระเจ้าตากสินมหาราชที่อยู่ละแวกเดียวกัน
ปั่นสองล้อทะลุออกมาบนถนนสายหลัก
ที่มุมแยกไฟแดงเป็นสถานีตำรวจภูธรจันทบุรี
ถัดไปเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองจันท์ เยื้องไปอีกฝั่งถนนก็ถึงเป้าหมาย
"ศาลพระเจ้าตากสินมหาราช"
กล่าวนะโม 3 จบ...อาราธนาดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
“โอมสิโน ราชาเทวะ ชะยะตุภวังค์
สัพพะศัตรูวินาศสันติ”
แล้วข้ามถนนไปกราบศาลหลักเมืองเพื่อเป็นศิริมงคล
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตั้งอยู่ริมถนนในบริเวณสนามหญ้ากองพันทหารราบที่ 2 ตัวศาลทำเป็นมลฑปจตุมุข
หลังคามุงกระเบื้องเคือบสีเหลืองสลับกับสีเขียว บันไดทางขึ้นสามด้าน
ประตูบันไดประดับกระจกสวยงามแผนผังที่สร้างขึ้นนั้นสร้างตามแบบของกรมศิลปกร
ซึ่งหม่อมเจ้าสฤษติเดช ชยางกูร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาล
มลฑลจันทบุรีได้ทรงขอมาจัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2463
ในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
มีรูปหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทำเป็นรูปเทวดา ประดิษฐานอยู่บนแท่นบูชาสูงประมาณ 1 เมตร เป็นรูปฉลองพระองค์ของพระเจ้าตากสินมหาราช
ซึ่งหล่อขึ้นใหม่เมื่อคราวสร้างศาล
ที่แท่นบูชามีจารึกว่า
“เทวรูปฉลองพระองค์เจ้ากรุงธนบุรี”
ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้
ทำให้ประตูหน้าต่างและเพดานซึ่งทำด้วยไม้ได้รับความเสียหาย
สันนิษฐานว่าเกิดจากธูปเทียนที่ประชาชนชาวจันทบุรี ได้นำมาสักการบูชา
เนื่องจากกระถางธูปและที่ปักเทียนตั้งอยู่ภายในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
นาวาโทนิพนธ์ พราหมณ์เทศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กรมนาวิกโยธิน
จึงได้คิดริเริ่มและให้การสนับสนุนโดยขอความร่วมมือจากพ่อค้า ประชาชน
ชาวจังหวัดจันทบุรี คณะสมาคมและตระกูลแต้ร่วมกันบริจาคทรัพย์
เพื่อการบูรณะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
"ศาลหลักเมือง"
หลังกราบไหว้ ปักธูปเทียนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองแล้ว
รู้สึกเหมือนเป็นการสร้างพลังใจให้การเริ่มต้นการดำเนินชีวิตในวันนี้มีความสุข
มั่นคงและปลอดภัยตลอดทริปการเดินทาง
ผมปั่นสองล้อเข้าถนนหลังศาลหลักเมือง
มาลงเนินชันแล้วเลี้ยวกลับชุมชนริมน้ำอีกครั้ง ด้วยการปั่นลอดสะพานไปยังถนนอีกฝั่งเข้าสู่ตลาดริมน้ำ รถจักรยานแล่นผ่านโบถส์นิรมลไปยังถนนจันทนิมิตที่อยู่ด้านหลัง
จากนั้นเลี้ยวขวาตามถนนไปเรื่อย ๆ จนผ่านไปออกประตูวัดไผ่ล้อม
ข้ามแยกไฟแดงมุ่งหน้าสู่หาดแหลมสิงห์ ที่อยู่ไกลออกไปถึง 30 กิโลเมตร
โดยใช้ถนนสายอำเภอเมืองไปอำเภอขลุง
แสงแดดอุ่นยามเช้าฉาบฉายไปทั่วบริเวณ
ขับไล่ความชื้นของฟ้าฝนที่ตกลงมาเมื่อบ่ายวานนี้ให้ค่อย ๆ เหือดแห้งไป
เมื่อสองล้อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมาย สิ่งที่สังเกตได้บนถนนสายนี้คือ
สองฝั่งถนนจะมีเลนจักรยานไว้เป็นการเฉพาะไปตลอดเส้นทาง
ทำให้การขับขี่ไม่ต้องใช้ความระมัดระวังมากเกินไป
ลัดเลาะไปไม่นานก็ถึงเขตเทศบาลตำบลหนองบัว ที่นี่จะมีป้ายบอกทิศทางไว้จัดเจน
"เทศบาลตำบลหนองบัว"
เมื่อทำความเข้าใจเส้นทางแล้ว
ผมตัดสินใจตรงไปตามถนน ยิ่งลึกเข้าไปยิ่งร่มรื่น เพราะผ่านสวนเงาะ
สวนกระท้อนเขียวชอุ่มไปทั้งสองฝั่งทาง ความที่เป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยมีรถราวิ่งกันหนาแน่น
ทำให้การปั่นไปตามลำพังดูออกจะวังเวงไปบ้าง
แต่ก็อาศัยบ้านเรือนผู้คนที่อยู่ข้างทางเป็นเพื่อนให้กำลังใจในเวลานั้น
เดินทางมาได้ไกลพอควรจนมองเห็นขุนเขาทะมึนอยู่เบื้องหน้า
สองฝั่งถนนถูกโอบล้อมไว้ด้วยไม้สวนหนาแน่น เป็นทิวยาวไปตามท้องถนนจนมองดูเหมือนถนนเป็นท่อยาวที่มุ่งตรงไปสู่ภูเขาใหญ่ลูกนั้น
แทนที่จะเป็นภูเขาใหญ่ ปลายทางกลับเป็นถนนที่ไปเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิท
จันทบุรี-ตราด ซึ่งเป็นถนน 4 เลนที่สองฝั่งยังคงไว้ซึ่งเลนของจักรยานเป็นการเฉพาะเช่นกัน
ผมข้ามถนนสุขุมวิทไปตั้งลำฝั่งซ้าย
จนป้ายบอกทางบอกว่าอีก 10 กิโลเมตรจะถึงอำเภอขลุง
แสดงว่าผมเดินทางมาได้ 15 กิโลเมตรแล้ว
ผมบังคับเจ้าสองล้อบีบเข้าเลนขวาเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายที่มุ่งหน้าไปสู่หาดแหลมสิงห์
ต้นทางมีป้ายบอกว่า อีก17 กิโลเมตรจะถึงหาดแหลมสิงห์
และเป็นถนนสายที่จะมุ่งไปสู่ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ อันเป็นถนนสายที่ผมตั้งใจจะมาใช้เป็นเส้นทางปั่นเพื่อการท่องเที่ยวสักครั้งหนึ่ง
หลายคนบอกว่า มันเป็นจุดหมายในฝัน (Dream Destination) ที่อยากจะมา
แดดกล้าแสงมากขึ้น
จนรู้สึกร้อนได้ชัดเจนและบนแผ่นหลังชุ่ม
เหงื่อเหนอะหนะ แต่เรี่ยวแรงยังไม่รู้สึกอ่อนล้าเท่าไหร่ หยุดพักจิบน้ำระหว่างทางบ้างเป็นครั้งคราว
เหงื่อเหนอะหนะ แต่เรี่ยวแรงยังไม่รู้สึกอ่อนล้าเท่าไหร่ หยุดพักจิบน้ำระหว่างทางบ้างเป็นครั้งคราว
บรรยากาศสองฝั่งถนน
เป็นบ้านเรือนผู้คนแต่ยังดูไม่หนาแน่น สลับกับบางแห่งเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง
เป็นสวนผลไม้ มีร้านอาหารขนาดใหญ่ บรรยากาศดีอยู่บ้าง โดยเฉพาะที่เทศบาลตำบลเปริด แต่ขณะนี้เวลาเพิ่งจะประมาณ
5 โมงเช้ายังไม่ใช่เวลาที่จะต้องเปิปข้าวกลางวัน
ผมยังต้องไปต่อ
เที่ยงตรงถึงหาดแหลมสิงห์ก่อนเลี้ยวซ้ายไปจุดชมวิวแหลมสิงห์ ผมแวะชมคุกขี้ไก่
ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านขวาของฝั่งถนน เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกแล้ว จึงพาสองล้อไปรับลมที่ชายหาด
วันนี้ ยังไม่มีผู้คนหนาแน่นเนื่องจากไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์
ทำให้ดูออกจะเงียบ ๆ ไปบ้าง พักแรงได้สักครู่ผมจึงกลับออกไปหาอะไรทาน ที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ในชุมชน ก็ราคาปกติทั่วไป
มองออกไปไม่ไกลจากร้านอาหาร
เห็นจุดเริ่มต้นของถนนเฉลิมบูรพาชลทิศในอำเภอแหลมสิงห์และเห็นสะพานสูงขึ้นเป็นเนินยาวไกลออกไป นั่นคือสะพานพระเจ้าตากสินมหาราช
"ร้านอาหารริมชายหาดวันนี้เงียบสงบ"
เวลาประมาณบ่ายโมง
ผมเริ่มต้นการเดินทางอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่
หาดเจ้าหลาวซึ่งไกลออกไปอีก 20 กิโลเมตร แต่การเดินทางบ่ายนี้ไม่โดดเดี่ยวเหมือนตอนเช้า เพราะมีเพื่อนร่วมทางเป็นกรุ๊ฟทัวร์หญิง-ชายชาวออสเตรเลีย ประมาณ 7 – 8 คน เป็นเพื่อนร่วมทาง ทุกคนใช้จักรยานเป็นพาหนะ
หาดเจ้าหลาวซึ่งไกลออกไปอีก 20 กิโลเมตร แต่การเดินทางบ่ายนี้ไม่โดดเดี่ยวเหมือนตอนเช้า เพราะมีเพื่อนร่วมทางเป็นกรุ๊ฟทัวร์หญิง-ชายชาวออสเตรเลีย ประมาณ 7 – 8 คน เป็นเพื่อนร่วมทาง ทุกคนใช้จักรยานเป็นพาหนะ
“ไปด้วยกันนะครับ”
ไกด์หนุ่มชาวไทยเชิญชวนผมขณะง่วนอยู่
กับการเตรียมรถให้คณะทัวร์
กับการเตรียมรถให้คณะทัวร์
มันเป็นการเรียนรู้ครั้งแรกของผมถึงการจัดทัวร์โดยใช้จักรยาน
(Cycle Tour) เป็นพาหนะ !!
Spice Roads คือชื่อบริษัทที่ไกด์หนุ่มชาวไทยพาลูกทัวร์มา
กลุ่มนี้เขาเริ่มต้นที่ประเทศกัมพูชา ใช้จักรยานท่องเที่ยวในกัมพูชามาหลายวันแล้ว วันนี้ได้เวลาข้ามแดนมาประเทศไทยและมาเริ่มต้นการปั่นที่หาดแหลมสิงห์ โดยใช้ถนนเลียบฝั่งทะเล คือถนนเฉลิมบูรพาชลทิศเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ไปจบทริปที่อนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
กลุ่มนี้เขาเริ่มต้นที่ประเทศกัมพูชา ใช้จักรยานท่องเที่ยวในกัมพูชามาหลายวันแล้ว วันนี้ได้เวลาข้ามแดนมาประเทศไทยและมาเริ่มต้นการปั่นที่หาดแหลมสิงห์ โดยใช้ถนนเลียบฝั่งทะเล คือถนนเฉลิมบูรพาชลทิศเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ไปจบทริปที่อนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
“ยินดีครับ ขอบคุณครับ”
ผมตอบรับด้วยความเต็มใจ
ก่อนหน้าการเดินทาง
ระหว่างรอให้ทุกอย่างพร้อม ผมได้มีโอกาสทักทายเพื่อนใหม่บ้างนิดหน่อยเพื่อสร้างความคุ้นเคย
ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ
บางคู่เป็นสามี-ภรรยา ที่ร่วมทางกันมาเพื่อท่องเที่ยวในช่วงบั้นปลายของชีวิต
แต่ดูเหมือนว่าการท่องเที่ยวโดยวิธีนี้
มันเป็นการหาความสุขหรือดิ้นรนหาความลำบาก
เพราะต่อจากนี้ไป มันคือ การปาดเหงื่อ
ฝ่าไอร้อน และใช้แรงงานนานนับชั่วโมง
คณะของเราฝ่าเปลวแดดยามบ่าย
จากชายฝั่งทะเลแหลมสิงห์เข้าสู่ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ
มุ่งหน้าไปหาดเจ้าหลาวเป็นจุดหมายในบ่ายนี้ แต่ไม่ทันไรก็หยุดพักถ่ายรูปบนสะพานพระเจ้าตากสินมหาราชอันสวยงามไว้ เป็นที่ระลึกก่อนที่จะเริ่มปั่นยาวอย่างเป็นทางการ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีก็จะหยุดพักครั้งหนึ่ง เพื่อดื่มน้ำ ดื่มท่า
โดยมีรถตู้ของบริษัท Spice Roads สองคัน
ขับตามมาเพื่อดูแลและให้บริการลูกทัวร์ตลอดเส้นทาง
"รถตู้ของ Spice Roads Tour บริการขนคนและจักรยาน"
จนทำระยะทางมาได้เกือบค่อนแล้ว
เมื่อคณะเดินทางมาถึงจุดชมวิวแขมหนู ประกายแดดสาดแสงเข้ม
จนต้องหลบเข้าร่มเงา ที่ศาลา
พักริมทางเป็นการพักดื่มน้ำอีกครั้งก่อนที่จะเผชิญกับเนินเขาสูงบนเส้นทางข้างหน้า
พักริมทางเป็นการพักดื่มน้ำอีกครั้งก่อนที่จะเผชิญกับเนินเขาสูงบนเส้นทางข้างหน้า
"พักใหญ่ที่แขมหนู"
พักได้ไม่นาน
ที่ปลายฟ้าเหนือท้องทะเลไกลลิบ เมฆสีดำทะมึน
ตั้งเค้ามา มันระบายฟ้าจนเข้มดำมากขึ้น ๆ ทุกขณะ ทุกคนสรุปกันว่า ฝนกำลังมาเราจะต้องไปต่อเดี๋ยวนี้
ตั้งเค้ามา มันระบายฟ้าจนเข้มดำมากขึ้น ๆ ทุกขณะ ทุกคนสรุปกันว่า ฝนกำลังมาเราจะต้องไปต่อเดี๋ยวนี้
"ฟ้ากำสรดที่แขมหนู"
คณะของเราลัดเลาะไปบนถนนที่สวยงามสายนั้น
ตามวิถีการโค้งงอของเชิงภูและขึ้นสูงลงต่ำ ตามระดับของเนินเขา เลียบฝั่งทะเล
บางเนินสูงชันมาก ๆจนต้อง ลงจูงจักรยานแล้วเข็นมันขึ้นไปจนสุดยอดเนิน
แล้วขึ้นค่อมปล่อยให้มันทิ้งตัวใหลลื่นลงมา โดยไม่ลืมที่จะแตะเบร็คไว้เป็นระยะ ๆ เพื่อควบคุมความเร็วไม่ให้เร็วเกินไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้
ทุกคนคงรู้สึกโล่ง
โปร่งเบา ในสภาวะแห่งการล่องลอยดุจนกเหินลมกระนั้น
จะมีการท่องเที่ยวแบบใดที่จะทำให้อารมณ์ของเรา ล่องลอย สุขขารมย์ได้อย่าง Cycle Tour บ้างนะ !!!!!
ผมล่ำลาและแยกตัวออกจากกลุ่มทัวร์ชาวออสเตรเลีย
เมื่อพวกเราเดินทางมาถึงที่พักริมหาดจ้าวหลาว ในเวลาประมาณบ่ายห้าโมงเย็น


"ที่พักของคณะ Cycle Tour จากออสเตรเลีย"
จ้าวหลาวแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจันทบุรี
กำลังมีการพัฒนาปรับปรุงให้ดูดีน่าเที่ยวมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญบนทางเท้าตลอดเส้นทาง
ของถนนในจ้าวหลาว ปรับปรุงเป็นเส้นทางจักรยานตลอดสาย นี่ เป็น
เครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่า จักรยานกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการทองเที่ยวมากขึ้นตามลำดับ
ของถนนในจ้าวหลาว ปรับปรุงเป็นเส้นทางจักรยานตลอดสาย นี่ เป็น
เครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่า จักรยานกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการทองเที่ยวมากขึ้นตามลำดับ
"วงเวียนตัวพะยูนที่หาดจ้าวหลาว"
พลบค่ำที่จ้าวหลาว
ผมเก็บรถขึ้นรถยนต์ที่มารับกลับเข้าตัวเมืองจันทบุรี
ที่ตลาดเย็นผู้คนจับกลุ่มยืนดูโทรทัศน์ในร้านรวง
ผมสังเกตเห็นจอภาพเป็นขาวดำ
สลับกับผู้ประกาศแต่งชุดไว้ทุกข์
“..................” หญิงคนหนึ่งพยักหน้า
บอกว่าใช่ โดยไม่พูดอะไร เมื่อคำถามของผมที่เป็นคำตอบอยู่ในตัวจบลง
เยื้องออกไปเล็กน้อย
สองหญิงสนทนากันระคนกับการหลั่งน้ำตาอยู่อย่างเงียบ ๆ ตามลำพัง
มันเป็นค่ำคืนที่ดูเงียบงัน เซื่องซึม ที่มาแทนภาพความจอแจ และอึกทึกของย่านตลาดที่คุ้นชินไปเสียสิ้น
“พระเจ้าอยู่หัวสวรรคต” วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 15.52 น.
เป็นเวลาใกล้เคียงกับฟ้าหม่นที่แขมหนู เมื่อบ่ายที่ผ่านมา
ดูราวกับว่า ฟ้ากำสรดกับการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยทั้งมวล
ทุกคนต่างเริ่มกดเข็มไมล์ที่เลขศูนย์
แต่เมื่อเข็มหยุดเดินหมายเลขสุดท้ายย่อมไม่เท่ากัน

















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น