วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

หมายเหตุชานชาลา 7 : คุณค่าของการดับมอด



                                                            สุริยา  เผือกพันธ์ 


     ชายชรายักแย้ยักยันยกร่างตนเองขึ้้นบันไดรถไฟดีเซลรางขบวนบริการสังคมที่เพิ่งจอดเทียบชานชาลาเมื่อสักครู่  โดยมือข้างซ้ายยึดราวบันไดไว้ ส่วนมือข้างขวาถือไม้เท้าตะกายช่วยอีกแรงหนึ่ง... แต่ไม่สำเร็จ จึงทำให้ดูเหมือนร่างถูกประตูงับเอาไว้ จนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปข้างหน้าได้

        เอ้า ช้ั้นจะช่วย เสียงหญิงผู้สูงอายุที่ขึ้นไปได้ก่อนหน้านี้ร้องอาสา

        โอ้ย..ขอบใจ ชายชราตอบขอบคุณ ขณะที่แขนทั้งสองข้าง ถูกหญิงผู้สูงอายุดึงรั้งขึ้นไปบนขบวนรถ

        เพียงอึดใจพลังของความเมตตาก็ทำให้ภารกิจของคนทั้งสองบรรลุผล

        เอ้านี่ ชั้้นจะให้เป็นการตอบแทนความดี ที่เห็นผลทันตา ชายชราหยิบยื่นของสิ่งหนึ่งให้หญิงผู้สูงอายุทันทีที่หย่อนก้นลงถึงเบาะนั่ง

        มันดูหนังฟังเพลงได้ เพียงแต่ต้องเอาไปชาร์ตแบตด้วยตัวเอง ชายชราพูดถึงอาการของสิ่งของที่ตนมอบให้ ขณะที่หญิงผู้สูงอายุยังดูมีอาการงุนงงกับผลพวงของจิตอาสาที่ตนแสดงออกไปเมื่อครู่

        ......................................................................................

        ก่อนหน้านี้หนึ่งคืน ผมได้ตระเตรียมสัมภาระ  เพื่อเดินทางไปพบ
กับเพื่อนร่วมรุ่น ที่เคยร่ำเรียนกันมาในสถาบันฝึกหัดครูตั้้งแต่ยังวัยทีนเมื่อเรียนจบ แล้วก็แยกย้ายกันไปทำงาน เสพติดงานจนทำให้เราห่างกันนานถึง 47 ปีการพบกันครั้งนี้เราใช้โซเชี่ยลมีเดียนัดหมายกันโดยกำหนดให้หัวหิน-ปราณบุรีเป็นที่ตั้ง


        สิ่งแรกที่ผมจะต้องเตรียมคือ การชาร์ตแบตเตอร์รี่สมาร์ทโฟน ให้เต็มพิกัด ภาพถ่ายคือสิ่งสำคัญที่จะต้องใช้บันทึกความทรงจำต่าง ๆ นอกจากนี้ยังต้องเช็คจักรยานสำหรับปั่นจากหัวหินไปปากแม่น้ำปราณ อุปกรณ์สำรอง เช่น ยางใน ยางปะ ที่งัดยาง สูบลม ไฟหน้า ไฟท้าย ไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการปั่นทางไกลที่ต้องเตรียมให้พร้อม

        ส่วนเสื้อผ้านั้น จะต้องเตรียมกางเกงขาสั้นและเสื้อใส่ปั่นอย่างละ 2 ตัว เพิ่มเติมด้วยถุงมือ ปลอกแขน แว่นตา หมวกกันน๊อคและครีมกันแดดอย่างละหนึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น เป้สะพายหลังต้องทำให้กะทัดรัดและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้


        เมื่อทุกอย่างพร้อม ขบวนรถไฟสายด่วนพิเศษ อีสานวัฒนาซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งการเดินทางที่ทันสมัยที่สุดของรถไฟไทยและเพิ่งทดลองให้บริการมาแล้วเพียง 2 เที่ยว ถูกผมจับจองใช้เป็นพาหนะในการเดินทางและใช้บรรทุกจักรยานคันเล็กซึ่งพับได้ติดมือไปด้วย


        ขบวนรถจอดเทียบชานชาลาเวลา 22.32 น. ตามนัดหมาย ซึ่งมีไม่บ่อยครั้งนักที่รถไฟจะมาตรงเวลาได้ขนาดนี้ แต่ครั้งนี้ถือว่าได้สร้างความประทับใจให้กับผมอย่างมาก เมื่อรถจอดสนิท ผมสะพายเป้ ยกรถพับ ขึ้นไปในโบกี้ที่ 5 หมายเลขที่นั่ง 13 เตียงบน ซึ่งคิดค่าบริการถูกที่สุดของขบวนรถไฟในแต่ละเที่ยว ด้วยผมมีเป้าหมายที่จะทดสอบมาตรฐานขั้นต่ำของการบริการและถ้าหากได้รับบริการที่พึงพอใจก็ถือว่า เราได้ใช้จ่ายอย่างพอดีพองาม

        ประตูโบกี้ใช้นิ้วแตะเบา ๆ ก็เลื่อนออกอนุญาตให้ผมเข้าไปด้านในได้ในขณะที่ผู้โดยสารทุกคนหลับกันหมดแล้ว ผมยืนครุ่นคิดพิจารณา โดยใช้สายตาตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวสักพัก จากนั้นจึงวางเป้และรถพับไว้ ชิดขอบทางเดิน


 ในระหว่างนั้นก็เห็นพนักงานควบคุมรถและพนักงานบริการเดินเข้ามาทักขอดูตั๋วโดยสารและดูแลความเรียบร้อย

สวัสดีครับอาจารย์  ชายในชุดสีกากี สวมหมวกยืนตะเบ๊ะ ด้วยความทะมัดทะแมง

สวัสดีครับ อ้อ...เธอเองเหรอ ผมกล่าวตอบ พร้อมกับรู้สึกประหลาดใจที่พบลูกศิษย์โดยไม่คาดคิด

        นี่เป็นอาจารย์ที่เคยสอนผมมาตอนอยู่มัธยม เขาแนะนำให้เพื่อนร่วมงานรู้จัก 

        หลังเสร็จภารกิจ ยังนำผมไปดูงานบนขบวนรถไฟเป็นของแถมก่อนนอนอีกด้วย

เมื่อทักทายและพูดคุยกันพอสมควรแล้ว ผมก็ขอปลีกตัวเตรียมเข้านอน โดยถอดรองเท้าวางไว้ แล้วเหยียบบันไดยกตัวขึ้นตามไปเท่านี้ก็เป็นอันว่าเรียบร้อย แสนจะง่ายดาย



        ผมล้มตัวลงนอนเหยียดยาว ด้วยการซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เพื่อให้ผิวกายปลอดความฉ่ำเย็นของแอร์คอนดิชั่น เกิดความอบอุ่นอย่างลงตัว ในที่สุดก็เผลอหลับไปจนได้ ในอ้อมกอดของม่านบังตาที่มีความสงัดเงียบเป็นเสียงเพลงขับกล่อมเบา ๆ ไปตลอดเส้นทาง

        ผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้ขบวนรถด่วนพิเศษกำลังเดินทางเข้าสู่สถานีรังสิต ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะลงสถานีรังสิต โปรดตรวจดูสิ่งของและสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย ท่านอาจลืม แว่นตา กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ไว้บนที่นอน โปรดตรวจดูให้แน่ใจก่อนออกจากขบวนรถ

          
          "ผู้โดยสารเตรียมพร้อมที่จะลงตามเป้าหมายของแต่ละคน"

        ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย ปลุกให้ผู้โดยสารตื่นโดยปริยาย ทุกคนต่างรู้ว่าสถานีปลายทางของตนเองกำลังใกล้เข้ามาแล้ว จึงต้องอยู่ในสภาพพร้อมที่จะลงจากขบวนรถ

        ตลอดการเดินทางผมเพิ่งรู้สึกว่า ขบวนรถได้จอดครั้งแรกที่สถานีรังสิตแห่งนี้ และในสถานีต่อ ๆ มาอีกทุกสถานีไปจนถึงสถานีหัวลำโพง

        ขบวนรถด่วนที่ทันสมัยที่สุดของไทยนำผมและผู้โดยสารคนอื่น ๆ ถึงเป้าหมายอย่างตรงเวลา

สำหรับผม ขณะนี้เวลา 05.15  น. ผมสะพายเป้ ลากรถพับไปบนชานชาลา ผู้คนที่นี่ยังไม่พลุกพล่านมากนัก แต่ก็มีนักเดินทางเคลื่อนไหวไปมาตามเสียงประชาสัมพันธ์การเข้า - ออกสถานีของรถไฟแต่ละขบวน

       โดยทั่วไปสำหรับเช้าวันนี้ ผู้คนยังสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ แม้จะเป็นวันแรกของการไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สวรรคตครบ 30 วัน


       ที่ขอบชานชาลา 5 ยังมีกลุ่มจิตอาสาแจกอาหารฟรีแก่ผู้โดยสารที่เพิ่งเดินทางมาถึงและที่มารอคอยโดยสารรถไฟ ทั้งสองกลุ่ม


       ที่บริเวณที่พักผู้โดยสาร บนลานกว้างมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายเกี่ยวกับการสวรรคตของในหลวง


        ที่ด้านหน้าทางเข้าฝั่งทิศใต้ มีโต๊ะวางสมุดไว้ให้ประชาชนลงนามถวายความอาลัย
   



        ผม เป้และรถพับ ต้องรอขบวนรถไฟสายบริการสังคม สถานีต้นทางกรุงเทพ ถึงสถานีปลายทางหัวหิน ที่กำหนดออกเดินทางเวลา 9.20 น. ทำให้มีเวลาทำธุรส่วนตัว เช่น ล้างหน้า ล้างตา ทานอาหารเช้า เตรียมตั๋วเดินทางต่อ ถ่ายภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในบริเวณนั้น แม้กระทั่งการเดินชมนิทรรศการ ก็สามารถทำได้โดยไม่เร่งรีบ

        ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ท่านที่มีความประสงค์จะเดินทางไป
กับขบวนรถไฟธรรมดาขบวน 216 กรุงเทพ ฯ- หัวหิน ขณะนี้้ ขบวนรถได้จอดเทียบชานชาลาที่ 7 ขอให้ผู้โดยสารที่มีตั๋วโดยสารเป็นที่เรียบร้อยแล้วเดินทางขึ้นรถได้ที่ชานชาลาที่ 7 การรถไฟขอขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการรถไฟในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ

     ชายชรายักแย้ยักยันยกร่างตนเองขึ้้นบันไดรถไฟดีเซลรางขบวนบริการสังคมที่เพิ่งจอดเทียบชานชาลาเมื่อสักครู่  โดยมือข้างซ้ายยึดราวบันไดไว้ ส่วนมือข้างขวาถือไม้เท้าตะกายช่วยอีกแรงหนึ่ง... แต่ไม่สำเร็จ จึงทำให้ดูเหมือนร่างถูกประตูงับเอาไว้ จนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปข้างหน้าได้

        เอ้า ช้ั้นจะช่วย เสียงหญิงผู้สูงอายุที่ขึ้นไปได้ก่อนหน้านี้ร้องอาสา

       เอ้านี่ ชั้้นจะให้เป็นการตอบแทนความดี ที่เห็นผลทันตา ชายชราหยิบยื่นของสิ่งหนึ่งให้หญิงผู้สูงอายุทันทีที่หย่อนก้นลงถึงเบาะนั่ง




          มันดูหนังฟังเพลงได้ เพียงแต่ต้องเอาไปชาร์ตแบตด้วยตัวเองชายชราอธิบายสรรพคุณ

        ทันที่ที่ผมได้ยินชายชราพูดกับหญิงผู้สูงอายุเช่นนั้น ทำให้ผมต้องหยิบสมาร์ทโฟนของตนเองขึ้นมาดู

        อ้าว....ผมกดแช็ตเตอร์เสียเพลิน จนลืมสังเกตสัญญาณไฟแดงบนหน้าจอมุมขวามือมันเหลือริบหรี่ จนใช้ถ่ายภาพต่อไม่ได้ แถมมันจะดับลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า...ถึงตรงนั้นมันคงใช้การอะไรไม่ได้เลย

        ชีวิตเราแต่ละชีวิต หากเพลินอยู่กับการทำโน่นนี่นั่่นตามเหตุปัจจัยที่มารุมเร้าไม่หยุดหย่อน จนพลังงานในตัวลดน้อยถอยลงไปโดยไม่รู้ตัว... เช่นนี้แล้ว วันหนึ่ง หากพลังงานมันดับมอดลงเหมือนเครื่องมือสื่อสารไฮเทคที่อยู่ในมือของเรา ชีวิตจะเป็นเช่นไร !!!!!

        มันดูหนังฟังเพลงได้ เพียงแต่ต้องเอาไปชาร์ตแบตด้วยตัวเอง

        ใช่ !!! มันต้องชาร์ตแบตด้วยตนเอง !!!!!

         บนขบวนรถไฟที่เนิบช้านั้น ผมอยากให้มันถึงหัวหินโดยเร็วพลัน

        เพื่อน ๆ รออยู่ที่นั่น 
        ผมจะไปชาร์ตแบต !!!!



      

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น