สุริยา เผือกพันธ์
ชายชรายักแย้ยักยันยกร่างตนเองขึ้้นบันไดรถไฟดีเซลรางขบวนบริการสังคมที่เพิ่งจอดเทียบชานชาลาเมื่อสักครู่ โดยมือข้างซ้ายยึดราวบันไดไว้
ส่วนมือข้างขวาถือไม้เท้าตะกายช่วยอีกแรงหนึ่ง... แต่ไม่สำเร็จ จึงทำให้ดูเหมือนร่างถูกประตูงับเอาไว้
จนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปข้างหน้าได้
“เอ้า
ช้ั้นจะช่วย”
เสียงหญิงผู้สูงอายุที่ขึ้นไปได้ก่อนหน้านี้ร้องอาสา
“โอ้ย..ขอบใจ”
ชายชราตอบขอบคุณ ขณะที่แขนทั้งสองข้าง ถูกหญิงผู้สูงอายุดึงรั้งขึ้นไปบนขบวนรถ
เพียงอึดใจพลังของความเมตตาก็ทำให้ภารกิจของคนทั้งสองบรรลุผล
“เอ้านี่ ชั้้นจะให้เป็นการตอบแทนความดี ที่เห็นผลทันตา” ชายชราหยิบยื่นของสิ่งหนึ่งให้หญิงผู้สูงอายุทันทีที่หย่อนก้นลงถึงเบาะนั่ง
“มันดูหนังฟังเพลงได้
เพียงแต่ต้องเอาไปชาร์ตแบตด้วยตัวเอง” ชายชราพูดถึงอาการของสิ่งของที่ตนมอบให้
ขณะที่หญิงผู้สูงอายุยังดูมีอาการงุนงงกับผลพวงของจิตอาสาที่ตนแสดงออกไปเมื่อครู่
......................................................................................
ก่อนหน้านี้หนึ่งคืน ผมได้ตระเตรียมสัมภาระ เพื่อเดินทางไปพบ
กับเพื่อนร่วมรุ่น ที่เคยร่ำเรียนกันมาในสถาบันฝึกหัดครูตั้้งแต่ยังวัยทีนเมื่อเรียนจบ แล้วก็แยกย้ายกันไปทำงาน เสพติดงานจนทำให้เราห่างกันนานถึง 47
ปีการพบกันครั้งนี้เราใช้โซเชี่ยลมีเดียนัดหมายกันโดยกำหนดให้หัวหิน-ปราณบุรีเป็นที่ตั้ง
สิ่งแรกที่ผมจะต้องเตรียมคือ
การชาร์ตแบตเตอร์รี่สมาร์ทโฟน ให้เต็มพิกัด ภาพถ่ายคือสิ่งสำคัญที่จะต้องใช้บันทึกความทรงจำต่าง
ๆ นอกจากนี้ยังต้องเช็คจักรยานสำหรับปั่นจากหัวหินไปปากแม่น้ำปราณ
อุปกรณ์สำรอง เช่น ยางใน ยางปะ ที่งัดยาง
สูบลม ไฟหน้า ไฟท้าย ไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ
ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการปั่นทางไกลที่ต้องเตรียมให้พร้อม
ส่วนเสื้อผ้านั้น
จะต้องเตรียมกางเกงขาสั้นและเสื้อใส่ปั่นอย่างละ 2 ตัว เพิ่มเติมด้วยถุงมือ ปลอกแขน แว่นตา
หมวกกันน๊อคและครีมกันแดดอย่างละหนึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น
เป้สะพายหลังต้องทำให้กะทัดรัดและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อทุกอย่างพร้อม
ขบวนรถไฟสายด่วนพิเศษ “อีสานวัฒนา” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งการเดินทางที่ทันสมัยที่สุดของรถไฟไทยและเพิ่งทดลองให้บริการมาแล้วเพียง 2 เที่ยว
ถูกผมจับจองใช้เป็นพาหนะในการเดินทางและใช้บรรทุกจักรยานคันเล็กซึ่งพับได้ติดมือไปด้วย
ขบวนรถจอดเทียบชานชาลาเวลา
22.32 น. ตามนัดหมาย
ซึ่งมีไม่บ่อยครั้งนักที่รถไฟจะมาตรงเวลาได้ขนาดนี้
แต่ครั้งนี้ถือว่าได้สร้างความประทับใจให้กับผมอย่างมาก
เมื่อรถจอดสนิท ผมสะพายเป้ ยกรถพับ ขึ้นไปในโบกี้ที่ 5 หมายเลขที่นั่ง 13 เตียงบน
ซึ่งคิดค่าบริการถูกที่สุดของขบวนรถไฟในแต่ละเที่ยว
ด้วยผมมีเป้าหมายที่จะทดสอบมาตรฐานขั้นต่ำของการบริการและถ้าหากได้รับบริการที่พึงพอใจก็ถือว่า
เราได้ใช้จ่ายอย่างพอดีพองาม
ประตูโบกี้ใช้นิ้วแตะเบา
ๆ ก็เลื่อนออกอนุญาตให้ผมเข้าไปด้านในได้ในขณะที่ผู้โดยสารทุกคนหลับกันหมดแล้ว
ผมยืนครุ่นคิดพิจารณา โดยใช้สายตาตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ
ที่อยู่รอบตัวสักพัก จากนั้นจึงวางเป้และรถพับไว้ ชิดขอบทางเดิน
ในระหว่างนั้นก็เห็นพนักงานควบคุมรถและพนักงานบริการเดินเข้ามาทักขอดูตั๋วโดยสารและดูแลความเรียบร้อย
“สวัสดีครับอาจารย์” ชายในชุดสีกากี สวมหมวกยืนตะเบ๊ะ
ด้วยความทะมัดทะแมง
“สวัสดีครับ
อ้อ...เธอเองเหรอ” ผมกล่าวตอบ
พร้อมกับรู้สึกประหลาดใจที่พบลูกศิษย์โดยไม่คาดคิด
“นี่เป็นอาจารย์ที่เคยสอนผมมาตอนอยู่มัธยม”
เขาแนะนำให้เพื่อนร่วมงานรู้จัก
หลังเสร็จภารกิจ
ยังนำผมไปดูงานบนขบวนรถไฟเป็นของแถมก่อนนอนอีกด้วย
เมื่อทักทายและพูดคุยกันพอสมควรแล้ว
ผมก็ขอปลีกตัวเตรียมเข้านอน โดยถอดรองเท้าวางไว้ แล้วเหยียบบันไดยกตัวขึ้นตามไปเท่านี้ก็เป็นอันว่าเรียบร้อย แสนจะง่ายดาย
ผมล้มตัวลงนอนเหยียดยาว ด้วยการซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เพื่อให้ผิวกายปลอดความฉ่ำเย็นของแอร์คอนดิชั่น เกิดความอบอุ่นอย่างลงตัว ในที่สุดก็เผลอหลับไปจนได้ ในอ้อมกอดของม่านบังตาที่มีความสงัดเงียบเป็นเสียงเพลงขับกล่อมเบา
ๆ ไปตลอดเส้นทาง
“ผู้โดยสารโปรดทราบ
ขณะนี้ขบวนรถด่วนพิเศษกำลังเดินทางเข้าสู่สถานีรังสิต
ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะลงสถานีรังสิต โปรดตรวจดูสิ่งของและสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย
ท่านอาจลืม แว่นตา กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ไว้บนที่นอน โปรดตรวจดูให้แน่ใจก่อนออกจากขบวนรถ”
"ผู้โดยสารเตรียมพร้อมที่จะลงตามเป้าหมายของแต่ละคน"
ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย
ปลุกให้ผู้โดยสารตื่นโดยปริยาย ทุกคนต่างรู้ว่าสถานีปลายทางของตนเองกำลังใกล้เข้ามาแล้ว
จึงต้องอยู่ในสภาพพร้อมที่จะลงจากขบวนรถ
ตลอดการเดินทางผมเพิ่งรู้สึกว่า
ขบวนรถได้จอดครั้งแรกที่สถานีรังสิตแห่งนี้
และในสถานีต่อ ๆ มาอีกทุกสถานีไปจนถึงสถานีหัวลำโพง
ขบวนรถด่วนที่ทันสมัยที่สุดของไทยนำผมและผู้โดยสารคนอื่น
ๆ ถึงเป้าหมายอย่างตรงเวลา
สำหรับผม
ขณะนี้เวลา 05.15 น. ผมสะพายเป้
ลากรถพับไปบนชานชาลา
ผู้คนที่นี่ยังไม่พลุกพล่านมากนัก แต่ก็มีนักเดินทางเคลื่อนไหวไปมาตามเสียงประชาสัมพันธ์การเข้า - ออกสถานีของรถไฟแต่ละขบวน
โดยทั่วไปสำหรับเช้าวันนี้
ผู้คนยังสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ แม้จะเป็นวันแรกของการไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สวรรคตครบ
30 วัน
ที่ขอบชานชาลา
5 ยังมีกลุ่มจิตอาสาแจกอาหารฟรีแก่ผู้โดยสารที่เพิ่งเดินทางมาถึงและที่มารอคอยโดยสารรถไฟ ทั้งสองกลุ่ม
ที่บริเวณที่พักผู้โดยสาร
บนลานกว้างมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายเกี่ยวกับการสวรรคตของในหลวง
ที่ด้านหน้าทางเข้าฝั่งทิศใต้
มีโต๊ะวางสมุดไว้ให้ประชาชนลงนามถวายความอาลัย
ผม
เป้และรถพับ ต้องรอขบวนรถไฟสายบริการสังคม สถานีต้นทางกรุงเทพ ถึงสถานีปลายทางหัวหิน
ที่กำหนดออกเดินทางเวลา 9.20
น. ทำให้มีเวลาทำธุรส่วนตัว เช่น
ล้างหน้า ล้างตา ทานอาหารเช้า เตรียมตั๋วเดินทางต่อ ถ่ายภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ
ในบริเวณนั้น แม้กระทั่งการเดินชมนิทรรศการ
ก็สามารถทำได้โดยไม่เร่งรีบ
“ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ
ท่านที่มีความประสงค์จะเดินทางไป
กับขบวนรถไฟธรรมดาขบวน 216 กรุงเทพ ฯ-
หัวหิน ขณะนี้้ ขบวนรถได้จอดเทียบชานชาลาที่ 7 ขอให้ผู้โดยสารที่มีตั๋วโดยสารเป็นที่เรียบร้อยแล้วเดินทางขึ้นรถได้ที่ชานชาลาที่ 7 การรถไฟขอขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการรถไฟในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ”
ชายชรายักแย้ยักยันยกร่างตนเองขึ้้นบันไดรถไฟดีเซลรางขบวนบริการสังคมที่เพิ่งจอดเทียบชานชาลาเมื่อสักครู่ โดยมือข้างซ้ายยึดราวบันไดไว้
ส่วนมือข้างขวาถือไม้เท้าตะกายช่วยอีกแรงหนึ่ง... แต่ไม่สำเร็จ
จึงทำให้ดูเหมือนร่างถูกประตูงับเอาไว้ จนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปข้างหน้าได้
“เอ้า ช้ั้นจะช่วย” เสียงหญิงผู้สูงอายุที่ขึ้นไปได้ก่อนหน้านี้ร้องอาสา
“เอ้านี่ ชั้้นจะให้เป็นการตอบแทนความดี ที่เห็นผลทันตา” ชายชราหยิบยื่นของสิ่งหนึ่งให้หญิงผู้สูงอายุทันทีที่หย่อนก้นลงถึงเบาะนั่ง
“มันดูหนังฟังเพลงได้
เพียงแต่ต้องเอาไปชาร์ตแบตด้วยตัวเอง” ชายชราอธิบายสรรพคุณ
ทันที่ที่ผมได้ยินชายชราพูดกับหญิงผู้สูงอายุเช่นนั้น
ทำให้ผมต้องหยิบสมาร์ทโฟนของตนเองขึ้นมาดู
อ้าว....ผมกดแช็ตเตอร์เสียเพลิน
จนลืมสังเกตสัญญาณไฟแดงบนหน้าจอมุมขวามือมันเหลือริบหรี่
จนใช้ถ่ายภาพต่อไม่ได้ แถมมันจะดับลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า...ถึงตรงนั้นมันคงใช้การอะไรไม่ได้เลย
“ชีวิตเราแต่ละชีวิต
หากเพลินอยู่กับการทำโน่นนี่นั่่นตามเหตุปัจจัยที่มารุมเร้าไม่หยุดหย่อน
จนพลังงานในตัวลดน้อยถอยลงไปโดยไม่รู้ตัว... เช่นนี้แล้ว
วันหนึ่ง หากพลังงานมันดับมอดลงเหมือนเครื่องมือสื่อสารไฮเทคที่อยู่ในมือของเรา ชีวิตจะเป็นเช่นไร !!!!!”
“มันดูหนังฟังเพลงได้
เพียงแต่ต้องเอาไปชาร์ตแบตด้วยตัวเอง”
ใช่ !!! มันต้องชาร์ตแบตด้วยตนเอง
!!!!!
บนขบวนรถไฟที่เนิบช้านั้น
ผมอยากให้มันถึงหัวหินโดยเร็วพลัน
เพื่อน
ๆ รออยู่ที่นั่น
ผมจะไปชาร์ตแบต !!!!













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น