Sara Howle: เขียน
สุริยา เผือกพันธ์:แปลและเรียบเรียง
“เปลี่ยนจิตสำนึกที่แคระแกรนให้เป็นจิตสำนึกที่เจริญงอกงาม:
งานของโรงเรียน ไม่เพียงแต่สร้างให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง หากแต่สร้างผู้เรียนให้เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย”
“ความยิ่งใหญ่เกิดจากความพยายาม ไม่ใช่ความแข็งแรง” เซมูเอลจอห์นสัน (Samuel Johnson)
กล่าวอย่างเข้าใจถึงสิ่งที่ครูในปัจจุบันได้พยายามส่งเสริม จิตสำนึกที่งอกงามให้เกิดขึ้นในชั้นเรียนของพวกเขา
ในฐานะที่โตพอแล้ว พวกเราหลายคนไม่ได้เห็นระบบการศึกษาได้ทำในสิ่งนี้สักเท่าไหร่ในระบบโรงเรียน เพราะงานแรกของโรงเรียนคือ
การให้คะแนนนักเรียนเพื่อเลื่อนชั้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเรียนบางคนที่ผ่านไปในแต่ละเทอม งานที่ว่านี้ ไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้กับพวกเขาแต่อย่างใด บางคนไม่สนใจกับสิ่งที่โรงเรียนทำให้กับเขาเพื่อการยกย่องชมเชยหรือทำให้เขาได้รับประกาศนียบัตร ขณะที่คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน รู้สึกว่ามันไม่ใช่สาระในสิ่งที่โรงเรียนได้ทำอยู่ พวกเขารู้สึกว่า มันไม่ใช่ความสำเร็จแต่อย่างใด
เราเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า
จิตสำนึกที่แคระแกรน (Fixed
Mindset) จิตสำนึกที่แคระแกรนคือ คนที่มักจะพูดว่า “ฉันดีในบางสิ่งหรือไม่ก็ ไม่ดีในบางสิ่ง
ฉันไม่ชอบการท้าทาย ฉันจะล้มเลิกเมื่อเกิดความคับข้องใจและความสามารถฉันเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งอัน”
ในอดีตที่ผ่านมา วิธีการนี้เคยประยุกต์ใช้กับหลาย
ๆ เรื่องเช่นเรื่องกีฬา จนมาถึงเรื่องของการศึกษา
ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันถึงจิตสำนึกที่งอกงาม ต่างมีความเห็นว่า เป็นจิตสำนึกที่คล้ายกับคนที่ชอบ พูดว่า “ฉันสามารถเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ด้วยจิตใจของฉัน
ฉันชอบความท้าทายและพยายามทำสิ่งใหม่ ๆ ฉันสามารถเรียนรู้จากความล้มเหลวของฉันและจะทำมันให้ดีอีกครั้ง ฉันจะพยายามแม้ว่ามันจะคับข้องใจและด้วยความพยายามและทัศนคติของฉันนี้ จะนำฉันไปสู่ความสำเร็จได้”
นักเรียนนักศึกษาที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้จิตสำนึกที่งอกงามนี้ จะต้องมีความรู้สึกอย่างนี้แบบเดียวกัน ในการดำเนินชีวิตของพวกเขา
ในหนังสือเรื่องจิตสำนึกที่ชื่อ “The New Psychology of Success” ที่เขียนโดยคาโรล ดเวค(Carol Dweck) กล่าวถึง
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นว่า จะรวมถึงชีวิตที่มีความสนุกสนานเพิ่มขึ้นด้วย ความเครียดจะน้อยลง เมื่อใดที่ได้สร้างสิ่งใหม่
ๆ ขึ้นมา มันจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นด้วย และจะไม่รู้สึกว่า ตนเอง “โง่” ในเวลาที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่
ๆ ต่าง ๆ
เมื่อครูหรือจะให้ดี โรงเรียนถ้าได้สร้างจิตสำนึกที่งอกงามนี้แล้ว มันไม่ได้มีอิสระเฉพาะเรื่องการเรียนรู้ แต่ยังเกิดความสุขในการเรียนรู้อีกด้วย ดังนั้น ในการค้นพบความรื่นรมย์ใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นก็จากการที่ครูได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้สำรวจและค้นหาด้วยตนเองในระหว่างเรียนรู้
การที่ครูให้อิสระแก่นักเรียนได้ใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง โดยปราศจากแรงกดดัน จึงแตกต่างจากการให้งานแบบที่เคยให้ทำมาก่อนคือ เน้นการให้คะแนนเป็นสำคัญ
ผู้เรียนรู้ที่แท้จริงคือ
คนที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เลยขอบเขตออกไปนอกกำแพงโรงเรียน เรียนได้ตามอัธยาศัย ผู้เรียนเหล่านี้จะสร้างรูปแบบจิตสำนึกที่งอกงามให้เกิดขึ้น เมื่อเรารักการเรียนรู้ เราไม่อาจจินตนาการได้ว่า เมื่อไหร่เราจะหยุดมัน เมื่อเราไม่กลัวที่จะล้มเหลว
เราจะเติบโตและก้าวข้ามความไร้พรมแดนของการศึกษาไปอย่างไม่มีขีดจำกัด
โรงเรียนที่ปฏิบัติอยู่ในแนวทางนี้ แสดงถึงความพยายามที่จะเปลี่ยนจิตสำนึกของเรา
แทนการถามพวกเราว่า “ได้เกรดอะไร”
กลับถามว่า“เราเรียนได้ดีขึ้นหรือยัง”หรือ“เรื่องอะไรที่ทำให้เราเรียนอย่างมีความสนุกสนาน” โรงเรียนจะมองไปถึงวิธีการที่ผู้เรียนสามารถงอกงามได้ ตามบทบาทของผู้เรียนรู้
ไม่เฉพาะสิ่งที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จในปั้นปลาย แต่ผู้เรียนทั้งหลายสามารถเติบโตและเรียนรู้ได้ทุก ๆ
วัน บางครั้ง
เราควรมาหยุดคิดและพิจารณาสักนิด ถึงกระบวนการวัดผลและตัวบ่งชี้ความสำเร็จใหม่ ๆ ในระหว่างการเรียนรู้นั้น ๆ
……………………………………………………………………………….................





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น