วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สร้างผู้เรียนให้เรียนรู้ตลอดชีวิต (Building Lifelong Learners)


                                                                          Sara Howle: เขียน
                                                สุริยา เผือกพันธ์:แปลและเรียบเรียง


        “เปลี่ยนจิตสำนึกที่แคระแกรนให้เป็นจิตสำนึกที่เจริญงอกงาม: งานของโรงเรียน ไม่เพียงแต่สร้างให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง หากแต่สร้างผู้เรียนให้เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย”



        “ความยิ่งใหญ่เกิดจากความพยายาม ไม่ใช่ความแข็งแรง” เซมูเอลจอห์นสัน (Samuel Johnson) กล่าวอย่างเข้าใจถึงสิ่งที่ครูในปัจจุบันได้พยายามส่งเสริม จิตสำนึกที่งอกงามให้เกิดขึ้นในชั้นเรียนของพวกเขา

        ในฐานะที่โตพอแล้ว  พวกเราหลายคนไม่ได้เห็นระบบการศึกษาได้ทำในสิ่งนี้สักเท่าไหร่ในระบบโรงเรียน เพราะงานแรกของโรงเรียนคือ การให้คะแนนนักเรียนเพื่อเลื่อนชั้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเรียนบางคนที่ผ่านไปในแต่ละเทอม งานที่ว่านี้ ไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้กับพวกเขาแต่อย่างใด บางคนไม่สนใจกับสิ่งที่โรงเรียนทำให้กับเขาเพื่อการยกย่องชมเชยหรือทำให้เขาได้รับประกาศนียบัตร ขณะที่คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน รู้สึกว่ามันไม่ใช่สาระในสิ่งที่โรงเรียนได้ทำอยู่ พวกเขารู้สึกว่า มันไม่ใช่ความสำเร็จแต่อย่างใด

        เราเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า จิตสำนึกที่แคระแกรน (Fixed Mindset) จิตสำนึกที่แคระแกรนคือ คนที่มักจะพูดว่า “ฉันดีในบางสิ่งหรือไม่ก็ ไม่ดีในบางสิ่ง ฉันไม่ชอบการท้าทาย ฉันจะล้มเลิกเมื่อเกิดความคับข้องใจและความสามารถฉันเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งอัน”


        ในอดีตที่ผ่านมา วิธีการนี้เคยประยุกต์ใช้กับหลาย ๆ เรื่องเช่นเรื่องกีฬา จนมาถึงเรื่องของการศึกษา

        ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันถึงจิตสำนึกที่งอกงาม ต่างมีความเห็นว่า เป็นจิตสำนึกที่คล้ายกับคนที่ชอบ พูดว่า “ฉันสามารถเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ด้วยจิตใจของฉัน ฉันชอบความท้าทายและพยายามทำสิ่งใหม่ ๆ ฉันสามารถเรียนรู้จากความล้มเหลวของฉันและจะทำมันให้ดีอีกครั้ง ฉันจะพยายามแม้ว่ามันจะคับข้องใจและด้วยความพยายามและทัศนคติของฉันนี้ จะนำฉันไปสู่ความสำเร็จได้”

        นักเรียนนักศึกษาที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้จิตสำนึกที่งอกงามนี้ จะต้องมีความรู้สึกอย่างนี้แบบเดียวกัน ในการดำเนินชีวิตของพวกเขา 


       ในหนังสือเรื่องจิตสำนึกที่ชื่อ “The New Psychology of Success” ที่เขียนโดยคาโรล ดเวค(Carol  Dweck) กล่าวถึง ประโยชน์ที่เกิดขึ้นว่า จะรวมถึงชีวิตที่มีความสนุกสนานเพิ่มขึ้นด้วย ความเครียดจะน้อยลง เมื่อใดที่ได้สร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา มันจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นด้วย และจะไม่รู้สึกว่า  ตนเอง “โง่” ในเวลาที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ต่าง ๆ 

        เมื่อครูหรือจะให้ดี โรงเรียนถ้าได้สร้างจิตสำนึกที่งอกงามนี้แล้ว มันไม่ได้มีอิสระเฉพาะเรื่องการเรียนรู้  แต่ยังเกิดความสุขในการเรียนรู้อีกด้วย ดังนั้น ในการค้นพบความรื่นรมย์ใหม่ ๆ  จะเกิดขึ้นก็จากการที่ครูได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้สำรวจและค้นหาด้วยตนเองในระหว่างเรียนรู้ 

      การที่ครูให้อิสระแก่นักเรียนได้ใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง โดยปราศจากแรงกดดัน จึงแตกต่างจากการให้งานแบบที่เคยให้ทำมาก่อนคือ เน้นการให้คะแนนเป็นสำคัญ


        ผู้เรียนรู้ที่แท้จริงคือ คนที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เลยขอบเขตออกไปนอกกำแพงโรงเรียน เรียนได้ตามอัธยาศัย ผู้เรียนเหล่านี้จะสร้างรูปแบบจิตสำนึกที่งอกงามให้เกิดขึ้น เมื่อเรารักการเรียนรู้  เราไม่อาจจินตนาการได้ว่า เมื่อไหร่เราจะหยุดมัน เมื่อเราไม่กลัวที่จะล้มเหลว เราจะเติบโตและก้าวข้ามความไร้พรมแดนของการศึกษาไปอย่างไม่มีขีดจำกัด

        โรงเรียนที่ปฏิบัติอยู่ในแนวทางนี้ แสดงถึงความพยายามที่จะเปลี่ยนจิตสำนึกของเรา 

         แทนการถามพวกเราว่า “ได้เกรดอะไร” กลับถามว่า“เราเรียนได้ดีขึ้นหรือยัง”หรือ“เรื่องอะไรที่ทำให้เราเรียนอย่างมีความสนุกสนาน”  โรงเรียนจะมองไปถึงวิธีการที่ผู้เรียนสามารถงอกงามได้ ตามบทบาทของผู้เรียนรู้ 

        ไม่เฉพาะสิ่งที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จในปั้นปลาย แต่ผู้เรียนทั้งหลายสามารถเติบโตและเรียนรู้ได้ทุก ๆ วัน บางครั้ง เราควรมาหยุดคิดและพิจารณาสักนิด ถึงกระบวนการวัดผลและตัวบ่งชี้ความสำเร็จใหม่ ๆ ในระหว่างการเรียนรู้นั้น ๆ 

……………………………………………………………………………….................
www.The Journal-news.net (October 9, 2017)


        

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น