Anya Kamenetz: เขียน
สุริยา
เผือกพันธ์: แปลและเรียบเรียง
“ถ้าคุณบอกเด็กตั้งพันครั้งแล้วเขายังไม่เข้าใจ
ให้รู้ไว้เถอะว่าเด็กนั้นไม่ได้โง่” (If
you have told a child a thousand times and he still does not understand, then
it is not the child who is the slow learner. - Waller Barbee)
“ผมได้คุยกับครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาในอูกันดา” ชาราธ์ จีแวน
(Sharath
Jeevan) บอก
เมื่อฉัน (ผู้เขียน) ได้ถามเกี่ยวกับผลกระทบจากการทำงานใน
หน่วยงานของเขา ซึ่งเขากล่าวต่อว่า
“ผมถามเธอว่า
มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดในสองเดือนที่ผ่านมา”
“ฉันหยุดตีเด็ก
เดี๋ยวนี้ฉันรู้แล้วว่า วิธีที่จะทำให้เด็กสนใจเรียนทำอย่างไร มันเป็นวิธีการที่สร้างสรรค์” เธอตอบ
จีแวน เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้บริหารของ
STIR Education ที่เป็นองค์กรการกุศล ด้วยการจัดทำโครงการพัฒนาวิชาชีพครูในโรงเรียนของรัฐในอินเดียและอูกันดา โครงการนี้เติบโตรวดเร็วมาก จากที่ได้นำร่องกับครู 25 คนในเดลีในปี 2012
บัดนี้ จะขยายไปถึงครูจำนวน80,000 คนในปีนี้
และพวกเขาได้ร่วมมือกับรัฐบาลอินเดียและอูกันดาสร้างเป้าหมายจะขยายผลการพัฒนาการเรียนรู้ไปสู่นักเรียน 60 ล้านคนภายใน 5 ปีต่อจากนี้ ซึ่งประกอบด้วยเด็ก ๆ ทุกคนในอูกันดา รวมกับเด็กอีก
จำนวนสามในสี่ส่วนในอินเดีย
จีแวนเกิดที่เมืองเชนไน
(Chennai)
ในอินเดียและได้ไปศึกษาในต่างประเทศ ได้รับปริญญาโทและประกอบอาชีพในบริษัทคล้ายกับ
eBay แล้วกลับบ้านเกิด เขารู้สึกผิดหวังกับข้อจำกัดในความพยายามอย่างมากของรัฐบาลในการขยายโอกาสทางการศึกษาในการศึกษาภาคบังคับ ในสองสามทศวรรษที่ผ่านมา
ความจริงที่เป็นอยู่คือ
เด็ก ๆ ราว 250 ล้านคนทั่วโลก
ได้เรียนรู้เพียงเล็กน้อย แม้พวกเขาจะอยู่ในโรงเรียนแล้วก็ตาม นี่คือช่องว่างรอยโหว่ในโลกที่กำลังพัฒนา และบ่อยครั้งมากที่สังคมจะชม้ายตาไปที่ครูว่าเป็นสาเหตุ จากการศึกษาในระดับนานาชาติ ในระหว่างปี 2004 - 2011 พบว่า ในโรงเรียนประถมศึกษา
มีครูขาดสอนร้อยละ 11 – 30
ในอินเดีย มีครูขาดสอนเฉลี่ย หนึ่งวันในทุก
ๆ 4 วัน หรือมากกว่าหนึ่งครั้งในหนึ่งสัปดาห์ และเมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน
บ่อยครั้งมากที่ใช้เวลาสอนเพียงครึ่งหนึ่งของเวลาสอนทั้งหมดของพวกเขา
ทำไมครูเหล่านี้
จึงสอนไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ?
ปัญหาไม่ใช่เรื่องเงิน เรื่องสถานภาพ
เมื่อเปรียบไปแล้วครูในอินเดียมีความเป็นอยู่ที่ดี จีแวนชี้ให้เห็นว่า ปัญหาคือ
ประเพณีที่ครูเคยปฏิบัติกันมานานนับพันปีและสิ่งที่พวกครูในอูกันดายอมรับกันมาก็เช่นกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ เขามองเห็นว่า การสอนมีบางสิ่งที่ขาดหายไปมันเป็นเรื่องทางศีลธรรม ที่ให้ผลลัพธ์อย่างใหญ่โตด้วยตัวของมันเอง ครูรู้สึกขาดการสนับสนุนและการติดต่อกับนักเรียน
และในบางแห่งมีการทำโทษทางร่างกาย
(Corporal punishment) แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องผิดกฎหมายของทั้งอินเดียและ อูกันดา (ซึ่งในหลาย ๆรัฐในอเมริกาอนุญาต)
รูปแบบการพัฒนาครูของ STIR ไม่ได้ออกแบบเฉพาะเครื่องมือที่ดีสำหรับครู แต่ได้ช่วยให้พวกเขาได้ค้นพบแรงจูงใจด้วยสัญชาตญาณ รูปแบบนี้เป็นนวัตกรรมแต่ไม่ใช่เครื่องมือทางดิจิทัลเทคโนโลยี
มันเป็นการนำครูมาทำงานร่วมกันด้วยเครือข่ายเล็ก ๆ ที่มีการประชุมกันเป็นกิจวัตร
พวกเขามีการอภิปรายแลกเปลี่ยน
โดยใช้เหตุการณ์ในชั้นเรียนเป็นฐานการในการแก้ปัญหา (Evidence- Based Solutions) คล้ายการตกแต่งฝาผนังด้วยโครงงานของนักเรียนหรือทำด้วยการทักทายนักเรียนในแต่ละเช้า
ครูให้คำมั่นว่าจะนำการเปลี่ยนแปลงลงสู่การปฏิบัติ และอีกหนึ่งเดือนต่อมา จะกลับมาสะท้อนผลการปฏิบัตินั้น พร้อมทั้งสนับสนุนครูคนอื่น ๆ และยอมรับวิธีการใหม่ ๆ
“ดังนั้น การสอนหลาย ๆ
ครั้งได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว” จีแวนกล่าว
เมื่อครูได้เห็นเทคนิคการสอนใหม่
ๆ ในชั้นเรียน พวกเขาก็มีแรงจูงใจที่จะทำอย่างอื่นต่อไปด้วย
ในการสุ่มตัวอย่างกลุ่มควบคุมครั้งแรกของธนาคารโลกพบว่า
รูปแบบการพัฒนาครูเช่นนี้ นำไปสู่การพัฒนาผลการเรียนในรายวิชา
คณิตศาสตร์ได้ดีเท่า ๆ กับการสร้างแรงจูงใจและความพยายามของครูและวิธีการนี้ไม่ต้องลงทุนมาก เพราะว่าส่วนใหญ่อยู่ที่ตัวครูเป็นหลัก
จีแวนรู้สึกตกใจ (ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่าวรวดเร็ว) แต่ก็ตื่นเต้นกับการท้าทายที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น เพื่อเป้าหมายของการพัฒนานี้ ทุก ๆ คนที่ STIR จะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกแบบเดียวกันและให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ด้วยการซึมซับ
“เมื่อทำดินให้เป็นปุ๋ย
ก็สามารถนำเมล็ดพันธุ์ทุกชนิดมาปลูกได้” เขากล่าว
...........................................................................................
STIR Education uses a unique approach to addressing the global learning crisis, which sees teachers as the solution-not the problem.




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น