วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ห้องเรียนกลับด้านพัฒนาการเรียนรู้ต่อเนื่อง (Continuous Learning In The 21st Century Classroom)



                                                                                                Felicia Zorn:  เขียน
                                                                 สุริยา เผือกพันธ์: แปลและเรียบเรียง


         “เป้าหมายพื้นฐานของการศึกษาในโรงเรียน ควรสร้างคนให้มีความสามารถทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำกับคนอื่น ๆ ที่เคยทำมาแล้ว” 
        (The Principle goal of education in the schools should be creating men and women who are capable of doing new things, not simply repeating what other generations have done- Jean Piaget
  

          นักเรียนที่เรียนในห้องเรียนแบบผสมผสาน (Blended Learning Environment) มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาทักษะเพื่อให้เกิดความสำเร็จในการเรียนและการอาชีพ

          เมื่อกล่าวถึงการใช้ระบบดิจิทัล (Digital) มาสนับสนุนการเรียนการสอน การสอนเฉพาะบุคคล (Personalized Instruction) นักเรียนจะได้รับอนุญาตให้มีการค้นคว้า ออกสำรวจเพื่อขยายความสนใจและสร้างความเป็นอัจฉริยะของพวกเขา ด้วยวิธีการดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่า เรากำลังหล่อหลอมความสามารถในการอธิบายและการแก้ไขปัญหา นักเรียนกำลังถูกปลูกฝังความสัมพันธ์เชิงบวก ประโยชน์ของแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ได้สร้างทางเลือกในการเรียนรู้แก่นักเรียน  อย่างมากมาย


                                     
“กูเกิ้้ลเป็นเครื่องมือสำหรับการค้นคว้าความรู้ที่ได้รับความนิยมสูงสุด”

          ความสามารถในการปรับและเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงาน เป็นคุณลักษณะของความเป็นผู้นำ การลงทุนในมนุษย์เป็นวิธีการของธุรกิจที่ต้องการการพัฒนาอย่างยั่งยืนและหวังผลกำไร แทนที่จะจ้างแรงงานใหม่  ธุรกิจกลับฝึกฝนและพัฒนาพนักงานที่มีอยู่แล้ว ซึ่งวิธีการนี้สามารถนำมาใช้ปฏิบัติในโรงเรียนได้

          เยาวชนในทุกวันนี้ ได้รับการฝึกฝนทางด้านเทคโนโลยีเพียงพอแล้ว ครูสามารถพัฒนาการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง (Continuous Learning) ในห้องเรียนได้ เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง



               
             “นักเรียนสร้างบล็อกไว้สำหรับบันทึกและเผยแพร่ความรู้
                                       ที่ได้จากการค้นคว้า”

การเรียนรู้ต่อเนื่อง (Continuous Learning) คืออะไร

          แม้ว่าการเรียนรู้ต่อเนื่องจะให้ความหมายได้ดีกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong  Learning) แต่ถ้านักเรียนมีวุฒิภาวะ มันจะเป็นวิธีที่ดีมากในการสร้างแรงจูงใจให้กับพวกเขาอย่างแท้จริง เพื่อการพัฒนานิสัยใฝ่รู้เหล่านี้ นักเรียนต้องเรียนรู้มากไปกว่า การจดจำข้อเท็จจริง พวกเขาต้องเข้าใจการเชื่อมโยงระหว่างตัวเองกับโลกภายนอก ต้องเข้าใจความหมายของเนื้อหาและสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการค้นพบใหม่นี้ นำสรุปเป็นความคิดรวบยอด (Concepts)

          ในห้องเรียนออนไลน์มีความเป็นกันเอง มีเครื่องมือให้นักเรียนได้ค้นคว้า 
เช่น USAprep (หรือที่นักเรียนนิยมใช้กันมากคือ กูเกิ้ล : ผู้แปล)ใช้ในการค้นคว้าวิจัย มีกระบวนการประเมิลผล การคิดวิพากษ์วิจารณ์ที่ทำให้เกิดความรู้ ช่วยปลูกฝังความมีเหตุผลและสามารถสรุปผลได้ด้วย นอกจากนี้ นักเรียนยังสามารถใช้ภาษาสื่อสารได้อย่างถูกต้องชัดเจน สามารถแสดงพฤติกรรมด้านศีลธรรม ความเคารพนบนอบและมีอิสระในการสื่อสารกับโลกภายนอกได้อย่างเต็มที่


          ในฐานะครู เราคือตัวแบบในพฤติกรรมเหล่านี้ ห้องเรียนแบบผสมผสานที่มีระบบดิจิทัลสนับสนุน พวกเราสามารถนำมาใช้เป็นวิธีการที่ส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน ครูสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างความตระหนักด้วยการสร้างความเข้าใจในการออกแบบการเรียนรู้ใหม่ ๆ และใช้เทคโนโลยีเพื่อตองสนองความต้องการของนักเรียน 

       ดังนั้น ต่อไปนี้ จะกล่าวถึงวิธีการยกระดับเป้าหมายการเรียนรู้และความคาดหวังให้กับนักเรียนของเรา

การเรียนรู้แบบกลับด้านและแบบผสมผสาน (Flipped & Blended Learning)

          ตัวอย่างที่สำคัญของการออกแบบห้องเรียนเพื่อการเรียนรู้แบบผสมผสานคือ ใช้รูปแบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom Model) อ้างถึงเครือข่ายการเรียนรู้แบบกลับด้าน (Flipped Learning Network) ได้ให้คำอธิบายว่า เป็นเหมือนวิธีการสอน
แบบ Pedagogical Approach ที่มีครูสอนโดยตรง แต่ย้ายจากพื้นที่ที่มีนักเรียนเรียนเป็นกลุ่ม ไปสู่พื้นที่ที่นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง (Individual Learning) ผลก็คือ มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบพื้นที่ที่เรียนเป็นกลุ่มไปสู่การเรียนในรูปแบบเฉพาะบุคคล ที่มีปฏิสัมพันธ์และเป็นพลวัต ครูสามารถแนะนำนักเรียนให้ประยุกต์ใช้ความคิดรวบยอดในเนื้อหาสาระและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในรายวิชาที่เรียนได้


          ในห้องเรียนแบบกลับด้าน โดยธรรมเนียมปฏิบัติของครูคือ การเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบที่เป็นนวัตกรรม ด้วยการอนุญาตให้นักเรียนได้สำรวจค้นคว้า ภายใต้การแนะนำและสนับสนุนของครู สำหรับห้องเรียนกลับด้าน นักเรียนจะหลุดจากห้องเรียนแบบดั่งเดิมไปสู่ความมีอิสระในการมีปฏิสัมพันธ์กับแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น วิดีโอ ตำรา การแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง เป็นต้น

          วันต่อมา นักเรียนจะกลับเข้าสู่โรงเรียน พร้อมด้วยความรู้ที่ศึกษาค้นคว้ามาก่อน โดยข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นอยู่ในกรอบเนื้อหาสาระในบทเรียน ด้วยการศึกษาวิเคราะห์ การตระเตรียมอุปกรณ์การเรียนจากที่บ้านมาช่วยเสริม จากนั้นก็ใช้วิธีการเรียนแบบเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-Centered Path) เข้าสู่บทเรียนที่สลับซับซ้อนและสร้างโอกาสในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ ครูจะสนับสนุนโดยการอำนวยความสะดวก ช่วยอธิบายความหมาย สะท้อนความคิดเห็นในทันทีทันใด นักเรียนคนใดที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความคิดรวบยอดจะได้รับการอนุญาตให้พัฒนาและค้นคว้าเพิ่มเติมต่อไป ขณะเดียวกันครูยังสามารถกลับมาสอนทบทวนได้อีก และยังสามารถเป็นสื่อกลางให้นักเรียนที่มีความต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม ได้เรียนรู้เพิ่มเติมอีกด้วย


          ผลลัพธ์สุดท้ายของห้องเรียนแบบผสมผสานคือ การสร้างผู้เรียนให้ 
เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ นักเรียนควรจะเป็นผู้มีความมุ่งมั่นกระตือรือร้นในเป้าหมาย มีสมรรถนะและมีความมั่นใจกับเนื้อหาวิชา และพร้อมที่จะเปิดใจไปสู่การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ด้วยเครื่องมือและผลลัพธ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

..................................................................................................................

Felicia Zorn เคยสอนในโรงเรียนมัธยมศึกษาในจอร์เจียและโรงเรียนประถมศึกษา
ในเทนเนสซี่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น