วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561

รอดได้ด้วยพลังแห่งเสียงเพลง (Saved By The Power Of Music)



        Transcript from Learn English with Stories: DEEP ENGLISH
                                                       สุริยา เผือกพันธ์: แปลและเรียบเรียง


            “บทบาทสำคัญของดนตรีในชีวิตของผู้คน ได้ช่วยผ่อนคลาย ทำให้ตื่นเต้น บีบน้ำตาให้ไหลและนำเราออกเริงระบำด้วยเท้าทั้งสองตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ลดความเครียด และแม้กระทั่งช่วยระบบภูมิคุ้มกันให้แก่คนเรา ติดตามผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้บอกเล่าว่า............. ดนตรีได้ช่วยให้ลูกสาวของเธอรอดชีวิตมาได้อย่างไร” (Aaron and Dan)

            โรบิน สไปเอลเบริก (Robin Spielberg) นักดนตรีมืออาชีพกล่าวว่า ดนตรีช่วยชีวิตลูกสาวของเธอ !!!!!


            ในปี 1998 สไปเอลเบริกได้รับความเจ็บปวดจากภาวะแทรกซ้อนอันเนื่องมาจาก การตั้งครรภ์ลูกแฝดเพศหญิง ต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างฉุกเฉิน ในสัปดาห์ที่ 22 ของการตั้งครรภ์ แต่มันน่าเศร้าใจอย่างมากที่หนึ่งในแฝดนั้นเสียชีวิต รอดมาเพียงวาเลอรี (Valerie)

            วาเลอรีเกิดมาด้วยน้ำหนักตัวเพียง 12 ออนซ์ (340.19 กรัม) และร่างกายมีขนาดเพียงเท่ากระป๋องโซดา ตัวเธอเล็กมาก ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่โรงพยาบาลจะรับไว้รักษา เพื่อช่วยชีวิตตามความจำเป็นของทารกที่คลอดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักตัวจำกัด แต่พยาบาลผู้เอื้ออารีได้ใช้หัวแม่มือกดลงบนตาชั่ง(เพื่อเพิ่มนำ้หนัก) และได้บันทึกน้ำหนักของเธอเป็น 17 ออนซ์ เพียงเพื่อให้เพียงพอต่อการได้รับการสนับสนุนในการรักษา

            ความเป็นลูกผีลูกคน (Touch and go) ทำให้เกิดเรื่องแย่ ๆ อย่างมากตามมา โรงพยาบาลมีความอึกทึกคึกโครมและยุ่งเหยิง สไปเอลเบริกรู้สึกเหมือนว่า มันเป็นห้องฉุกเฉิน ที่เป็นมากกว่าห้องรักษาคนป่วย เธออยากจะหยุดความโกลาหลในโรงพยาบาลนี้เสียจริง ๆ 

            ด้วยความที่เธอไม่สามารถนำเปียโนมาที่โรงพยาบาลได้ ดังนั้น เธอจึงได้อาศัยการเปิดแผ่นซีดีให้ลูกสาวของเธอฟัง มันช่างน่าอัศจรรยอย่างยิ่ง วาเลอรีพัฒนาขึ้น ระดับออกซิเจนของเธอเพิ่มขึ้น ความดันเลือดเสถียร และจังหวะการเต้นของหัวใจมั่นคง นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ (Fluke) แต่มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดระยะเวลา 4 เดือนของการรักษา นอกจากนี้มันยังเกิดผลดีต่อทารกทุกคนในห้องนั้นด้วย สุขภาพของวาเลอรียังพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้รับการรักษาและฟังเพลงมาหลายเดือน

            จริง ๆ แล้ว คนใช้จังหวะและเสียงเพลงรักษาโรคมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลแล้ว ท้ายที่สุดนี้  ได้เริ่มนำกลับมาใช้อีกครั้งในสังคมสมัยใหม่


            จากการศึกษาเด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนดจำนวน 272  คนในครั้งหนึ่งพบว่า สัญญาณชีพสามารถพัฒนาได้ด้วยการรักษาผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ของเสียงและดนตรี

            ดนตรีไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะเด็กทารก จากการศึกษาพบว่า ดนตรีสามารถบรรเทาความเจ็บปวดส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด ลดความเครียดและอาการเศร้าซึม นอกจากนี้ยังช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในผู้ใหญ่อีกด้วย ดนตรียังช่วยอาการหลงลืมของผู้สูงอายุที่เกิดจากโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม (Alzheimer’s disease and Dementia) ให้กลับมาจดจำได้ใหม่อีกครั้ง

            ดังที่ได้เห็นผลกระทบอันน่าอัศจรรย์จากดนตรีที่เกิดกับลูกสาวของเธอ  สไปเอลเบริกได้เริ่มทำงานเป็นนักดนตรีบำบัด (Music Therapists) อย่างแนบแน่น และยังเป็นอาสาสมัครพยาบาลประจำบ้าน ที่ซึ่งครั้งหนึ่ง เธอได้ใช้ดนตรีสร้างแรงบัลดาลใจให้กับคนที่ไม่ยอมพูดจา (Mute Man) ให้พูดได้ กล่าวคือ ชายสูงอายุผู้หนึ่ง ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลง จากเหตุการณ์ดังกล่าว ยังความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแก่เขา จนเกินที่จะเยียวยา เขาเหมือนหลุดออกไปจากโลกและไม่ยอมพูดกับใคร ๆ เป็นเวลานานถึง เดือน โดยไม่รู้เท่าทัน เมื่อสไปเอลเบริกเล่นเพลงแต่งงาน   ชายสูงอายุเหมือนได้ออกมาจากเปลือกหอย เขาเริ่มร้องเพลงได้ ต่อมาได้รู้จักพูดจาถามไถ่และคุยถึงครอบครัวของเขา

                                                                    Robin Spielberg

            สไปเอลเบริกยังคงเป็นนักดนตรีมืออาชีพ และปัจจุบันนี้ เธอยังได้สอนและพูดให้ผู้ฟังดนตรีฟังเกี่ยวกับเรื่องพลังของดนตรีเสมอ  ส่วนวาเลอรีลูกสาวของเธอ มีสุขภาพดีและเป็นเด็กที่มีความสุข แถมยังได้เป็นนักดนตรีที่เล่นได้ทั้งเปียโนและกลองอีกด้วย

........................................................................................................................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น