วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560

ของขวัญของยาย

                                                         

                                                           
                                                                 สุริยา เผือกพันธ์


        ออกซิเจนจากปลายท่อ พวยพุ่งออกมาตีน้ำในกระปุกที่ติดตั้งอยู่เหนือเตียงคนไข้ให้เป็นฟองขาวฟ่อง ฟองแล้วฟองเล่า จนอัดแน่นกันเป็นกลุ่ม มันต่างระริกระรี้ หยอกล้อกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่ื่อย จากกระปุกมีท่อระบายมวลออกซิเจนส่งไปยังจมูกทั้งสองข้างของยายวัย 84 ปี ที่นอนแบบอยู่บนเตียงคนไข้มาหลายวันแล้ว สายตาของยายเหลือบไปดูนาฬิกาที่แขวนประจันหน้าอยู่บนผนังห้องนั้น เข็มเล็กเรียวของมันเดินดุ่ม ๆ ไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ความคิดของยายกลับย้อนทวนไปข้างหลังอย่างไม่ยั้งหยุดเช่นกัน..

        ทุก ๆ ปี ในห้วงเวลาอย่างนี้ ยายจะอยู่ท่ามกลางกล่องของขวัญและคำอวยพรจากลูกหลาน ที่ได้เดินทางมารวมญาติกันในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับปีนี้ ยังเหลือเวลาอีกวัน สองวันก็จะถึงปีใหม่แล้ว ยายยังอยู่ที่นี่..ที่ที่ไม่ใช่ชานเรือนที่เคยจัดงาน....

              
   ห้อง CCU (ภาพจาก http://design.drr.go.th/th/node/515)

ที่ห้อง CCU (Coronary care unit) ของโรงพยาบาลใหญ่ ที่นั่น มันเป็นสนามรบของแพทย์ที่รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะวิกฤตโดยเฉพาะ ยายถูกตรึงอยู่บนเตียงคนไข้ ที่เป็นหนึ่งในแปดของคนไข้ที่เข้ารับการรักษาโรคที่มีอาการแบบเดียวกัน ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างของยายถูกยึดโยงด้วยสายยางและท่อลำเลียงอาหารและยาหลายเส้น มันมีต้นทางมาจากเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่เหมือนหุ่นยนต์ที่ตรวจและรายงานสถานการณ์ของคนไข้ราวกับถูกมันจับเอาไว้เป็นตัวประกัน

        ก่อนหน้านั้นยายมีอาการเหนื่อยล้า หายใจไม่อิ่ม ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมาจากโรงพยาบาลประจำอำเภอ เมื่อถูกส่งต่อมาที่นี่ รอบเตียงของยายจึงมีเครื่องช่วยหายใจ เครื่องดูดเสมหะ ถูกเจาะเลือดและปัสสาวะไปอย่างละ 2 สลิงค์ ในเบื้องต้นแพทย์วินิจฉัยว่า นำ้ท่วมปอด

        เสียงของหุ่นยนต์ทางการแพทย์ส่งเสียงต๊อด ๆ... ระงมไปทั้งห้อง ราวกับจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงมป่า กลุ่มแพทย์และพยาบาลต่างเร่งรุดระดมกันตรวจเก็บข้อมูลเพื่อวินิจฉัยสาเหตุและกำหนดวิธีการเยียวยารักษาไข้ พวกเขาไม่ยอมปล่อยให้ยายละไปจากสายตาที่เฝ้าระวังของพวกเขาแม้เสี้ยววินาทีเดียว

        ไม่เพียงแต่ในห้อง CCU จะมีวิกฤตแห่งความเป็นความตายรออยู่เท่านั้น แต่นอกห้องยังมีลูกหลานของยายรายล้อมอยู่ด้วยความเป็นห่วงกระวนกระวาย แม้อาการของยายจะหนักหนาสาหัสเพียงใด หมอก็ไม่อนุญาตให้ไปนั่งเฝ้าได้ตลอดเวลา การเข้าดูแลยายทำได้เพียงวันละ 2 ครั้งคือ ช่วงเที่ยงกับช่วงเย็น และครั้งละ 1 คน


                               "ลูกหลานมาเยี่ยมยาย"

        วันต่อมาอาการของยายยังทรงตัว ปอดยังไม่ดี มีเสมหะมาก รับประทานอาหารทางสายยาง เลือดปกติแต่ต้องให้เพิ่ม การรับรู้ของยายทำได้เพียงการส่ายหน้า ยายอยากกลับบ้าน !!!

          อาการของยายยังอยู่ในการดูแลของคณะแพทย์พยาบาลอย่างใกล้ชิด แม้ลูกหลานจะเข้าไปดูแลไม่ได้ แต่ก็ได้มีการแจ้งข่าวสารให้ผู้ที่อยู่ใกล้และไกลทราบกันอย่างทั่วถึง มีการจัดเวรยาม แบ่งหน้าที่กันไปเยี่ยมยายทุกวัน ทั้งกลางวันและกลางคืน

        ไม่มีใครอธิบายอาการของยายได้นอกจากคณะแพทย์ ลูกหลานที่ไปเยี่ยมยายก็เป็นเพียงการเฝ้าดูอยู่ด้านนอกห้อง CCU เท่านั้น



               "คุณตาวัย 89 ปีคู่ชีวิตเข้าเยี่ยมยายใกล้ชิด"

        ภายใต้เงื่อนไขของการรักษาเยียวยาของหมอ ยายยังถูกตรึงด้วยสายยางและท่อต่อไป ตั้งแต่จมูก ปาก เพื่อช่วยหายใจและป้อนอาหาร ที่หน้าอก วัดการเต้นของหัวใจ ที่แขนและขามีเข็มปักไว้รอการฉีดยา ถุงปัสสาวะไว้รองรับนำ้ปัสสาวะ  และที่ปลายนิ้วมือสำหรับวัดปริมาณของออกซิเจนในเลือด นอกจากนี้ การตรวจวัด ปริมาณนำ้ตาลในเลือด วัดความดันเลือด วัดอุณหภูมิและการดูดเสมหะยังต้องทำอีกวันละหลายครั้ง รวมทั้งการเอ๊กซ์เรย์เป็นครั้งคราว

        แน่นอนว่า ตัวเลข เส้นกราฟและเสียงต๊อด ๆ  จากหุ่นยนต์ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป

        ผ่านมาได้ 4 – 5 วัน ยายยังมีน้ำในปอด เสมหะมาก ถ้าปอดดีขึ้น จะทำให้การรักษาหัวใจทำได้ดีเช่นกัน ยายมีอาการหนาวสั่น ความดันสูงและมีไข้ แต่มีสัญญาณที่ดีปรากฏให้เห็นคือ ยายถ่ายหนักได้แล้ว

        เตียงคนไข้บางเตียงที่อยู่รายรอบ บ้างออกไปก่อน บ้างเข้ามาใหม่ แต่สำหรับยายยังคงอยู่ อีก 2 วันต่อมา ยายยังเหนื่อยและหลับ แต่หมอพยายามจะให้ยายฝึกการหายใจด้วยตนเอง ด้วยการถอดเครื่องช่วยหายใจหลังจากใช้มันมาหลายวันแล้วหมอจับยายนั่งแต่ยังโงนเงนทรงตัวไม่ได้ แต่ที่ยายทำได้ในวันนี้คือ ทานเข้าเย็นได้เป็นมื้อแรกตั้งแต่เข้ารับการรักษา


              "ทีมงานหมอจาก รพ.ตำบลหนองโดนเข้าเยี่ยม"

        ข่าวการล้มป่วยของยายแพร่สะพัดไปยังหมู่ญาติมิตร ทำให้ต่างคนต่างพยายามให้กำลังใจยายด้วยการเข้าเยี่ยมบ้าง ส่งคำอวยพรไปให้บ้าง เหล่านี้เป็นสิ่งลำ้ค่ามากในยามที่ทุกคนมีวิกฤต

        เวลาผ่านไปได้ประมาณสัปดาห์ หมอย้ายยายออกจากห้อง CCU ไปยังห้องรวมอีกห้องที่อยู่ติดกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า ยายไม่ได้ป่วยด้วยโรคหัวใจ แต่ด้านหลักอยู่ที่อาการของปอดที่มีน้ำมาก ซึ่งต้องอยู่ในการเฝ้าระวังของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน ยายยังมีอาการเหนื่อย และยังต้องใส่ท่อปัสสาวะต่อไป  ความที่ห้องนี้มีคนไข้แออัด และการที่สติสัมปชัญญะของยายยังดีอยู่ “พาแม่กลับบ้าน” จึงเป็นคำร้องขอ ทุกครั้งที่ยายเห็นหน้าลูก ๆ

        ล่วงเข้าวันที่เก้าของการรักษา กลุ่มของแพทย์ประกอบด้วย อาจารย์แพทย์ แพทย์ผู้รักษา นักเรียนแพทย์และพยาบาลไปยืนจับกลุ่มกันที่เตียงของยาย พวกเขาพูดคุยกันถึงอาการของยายและการรักษาเยียวยา

        ยายไม่รู้ว่าพวกเขาพูดกันถึงเรื่่องอะไร เพราะหูของยายเข้าขั้นตึงจนไม่สามารถได้ยินเสียงพูดคุยกันในระยะปกติ แต่ดูเหมือนลูก ๆ จะใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะเครื่องมือต่าง ๆที่เคยยึดตัวยายไว้บัดนี้ถูกถอดออกหมดแล้วเหลือเพียงการให้ออกซิเจนเพียงอย่างเดียว   นอกจากนี้ ยายยังสามารถลุกนั่่งทานข้าวด้วยตนเองได้

        “ค่าไตไม่ค่อยดี ถ้าหัวใจดี ไตจะดีตามมา มีไข้ต่ำ” หมอรายงานอาการล่าสุดของยายให้ฟัง

        “เอาเป็นว่า กลับไปรักษาอาการอื่น ๆ ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอให้ดีก่อน แล้วหมอจะนัดมาดูเรื่องหัวใจอีกครั้งนะครับ”  หมอสรุปท้ายสุด

        ลูก ๆ นำยายกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอตามคำแนะนำของแพทย์เจ้าของไข้

        การมาคราวนี้ ยายได้เข้าไปอยู่ในห้องอายุรกรรมพิเศษ อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญเรื่องปอดและไต

        “ยังมีน้ำอยู่ในปอด ตัวจะซีดเป็นลักษณะของคนไข้โรคไต อย่าดื่มน้ำมาก ทานอาหารแห้ง ๆ ไม่ดื่มนม” หมอโรคปอดให้คำแนะนำเบื้องต้น

        การอยู่ในห้องพิเศษอย่างนี้ ทำให้ลูกหลานสามารถอยู่ดูแลอาการยายได้ตลอดเวลา ทำให้ยายรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น จนลืมเรื่องการกลับบ้าน


                       
การรักษาโดยทั่วไปยังเป็นเรื่องของการควบคุมสภาพร่างกายให้ทำงานได้ตามปกติ เช่น ปริมาณนำ่ตาลในเลือด ค่าความดัน ปริมาณเลือด ปริมาณออกซิเจนในเลือดและอาการไข้ เป็นต้น

        ท้ายสุดหมอให้ถอดสายออกซิเจนและท่อปัสสาวะออกจากร่างกายของยายเป็นสองชิ้นสุดท้าย

        “อาการสำคัญ หายใจเหนื่อยและหอบ ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย เมื่ออยู่รักษาครบ 7 วัน ไม่มีไข้ หายใจดี ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ แต่มีปัญหาเรื่องออกซิเจน สรุปการวินิจฉัยโรคและสรุปปัญหาคือมีอาการภาวะพร่องออกซิเจน ช่วยเหลือตนเองได้น้อย ส่งต่อไปสถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อทำ Home Oxygen Therapy” หมอรายงานในใบส่งต่อ

        “ให้คุณยายไปรักษาต่อที่บ้านนะคะ ปฏิบัติตัวทุกอย่างเหมือนอยู่โรงพยาบาล” หมอแนะนำก่อนเดินออกจากห้องไป

        ยายเดินทางกลับบ้านก่อนวันสิ้นปีเพียงวันเดียว ลูกหลานต่างดีอกดีใจกันยกใหญ่ที่ยายนำของขวัญชิ้นใหญ่มาฝาก มันเป็นกล่องของขวัญปีใหม่ที่สวยที่สุดเท่าที่ลูกหลานได้รับมา

ด้านบนของกล่องมีคำอวยพรจากญาติมิตรมากมายประดับไว้เป็นการ์ดอวยพร รอบกล่องทุกด้านมีทีมแพทย์ พยาบาลและทีมงานที่เชี่ยวชาญเป็นริบบิ้นสีขาวผูกรัดไว้อย่างประณีต ตัวกล่องมีคุณตาและลูกหลานเป็นกระดาษสีทองแวววาวห่อหุ้มไว้อย่างวิจิตรบรรจง

   เมื่อทุกคนเปิดกล่องของขวัญออกมา ภายในพบเวทย์มนต์อันศักดิ์สิทธิ์ที่ก่อตัวจากอานุภาพของพลังจิต พลังความรักและพลังความเมตตาของผู้คนที่ต่างก็เข้ามาช่วยกันโอบอุ้มชีวิตของยายไว้ จนยายสามารถผ่านพ้นวิกฤตของชีวิตไปได้ และสามารถเดินทางกลับบ้านทันเทศกาลปีใหม่เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

       
         
         



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น