วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

อยู่จนฟ้ารุ่งราง



                                                                                สุริยา เผือกพันธ์


          เมื่อวันวาน เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญหน้าร้านสะดวกซื้อ ประมวลผลมวลกาย (BMI) ได้ 22.5 และบอกเป็นนัยว่า น้ำหนักคุณสมส่วนดีมาก เมื่อผลเป็นเช่นนี้ วันนี้ คืนนี้ ผมยังจะหลับนิทราอยู่หรือ ???

        04.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 คนทั้งโรงแรมหลับสนิท ทุกชีวิตยังซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมนิ่ม ที่นอนนุ่ม มันเป็นเวลาที่ใครก็ไม่อยากขยับตัวหนีความอบอุ่นออกไปไหน แต่ความที่ใจ (ได้เสพติด) มันปลุกผมให้ลุกจากที่นอนอันนวลเนียน มุ่งไปยังดินแดนราตรีที่เป็นตำนานไม่รู้สิ้น ด้วยสุนทรีย์แห่งโกโก้บาร์ ดิสโก้พับและห้องอาหารแสนอร่อย อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในมุมหนึ่งของโลก 

        ลิฟท์จากชั้น 10 ทิ้งตัวนำผมมาปล่อยไว้ที่ลอบบี้โรงแรม First Pacific Hotel & Convention พัทยากลาง มีเพียงแสงไฟสลัวและความเงียบรายล้อมความโออ่าเอาไว้


           โรงแรม First Pacific Hotel & Convention พัทยากลาง


ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ไปกันเล้ยยยย..!!!!

เสียงสั่งจากโปรแกรม FITAPP  ให้สัญญาณเริ่มต้นการวิ่งก้าวแรก รปภ. ในป้อมยามหน้าโรงแรมพยักหน้ารับทราบความเคลื่อนไหวในนาทีแรกที่ผมก้าวเท้าไปข้างหน้า

        เหมือนเป็นการอบอุ่นร่างกายในห้าร้อยเมตรแรกจากป้อมยามไปยังถนนสายพัทยากลาง (Central Pattaya Road) ที่เชื่อมต่อไปบรรจบกับถนนเลียบชายหาด (Pattaya Beach Road) ทางด้านทิศตะวันตก


                ทางเท้าที่เป็นทางวิ่งบนถนนเลียบชายหาด

        จากนั้น เลี้ยวขวาตรงปากซอย เข้าถนนพัทยากลางซึ่งในยามนั้น แสงไฟยังสาดส่อง รถราวิ่งไปมา ไม่ยอมหลับนอน ริมถนนหน้าห้างใหญ่ วินมอเตอร์ไซด์ยังนั่งรอผู้โดยสาร พนักงานร้านสะดวกซื้อ ออกมานั่งริมทางเท้าหน้าร้าน พวกเขากำลังคุยกับลูกค้าที่นั่งโยกเยกอยู่บนอานรถเครื่อง ซึ่งมือข้างหนึ่งของเขากุมขวดน้ำมีฟองไว้แน่น ขวดมันจำนน แน่นิ่งเสียยิ่งกว่าร่างกายที่แกว่งไกวของเขา

        ผมวิ่งผ่านผู้คนเหล่านี้ไป จนถึงแยกไฟแดง สองสาวนั่งซ้อน
มอเตอร์ไซด์รับจ้างแล่นผ่านหน้าผมไปอย่างเฉียดฉิว พวกหล่อนใส่ชุดสั้นเสมอหูคะเนว่าเพิ่งเลิกจากการทำงาน ในยามที่ยวดยานบนถนนไม่อัดแน่นเช่นนี้ เสรีภาพของคนใช้ยวดยานก็หละหลวม การวิ่งตามลำพังต้องมีสติเป็นเพื่อนเพื่อคอยเตือนถึงความระมัดระวัง


                                     พัทยายามดึก

        ในยามดึกสงัดเช่นนี้ เพื่อนของคนกลางคืนคือ ร้านข้าวต้ม ที่อยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามยังเปิดไฟสว่างโล่ มองเห็นโต๊ะเก้าอี้สีขาวเต็มร้าน ไม่รู้คนหิวยามดึกหายไปไหนกันหมด แต่ที่ร้านอาหารมุมถนน จุดบรรจบของถนนพัทยากลางกับถนนเลียบชายหาด ในมุมมืดพนักงานเสิร์ฟชายหญิงนั่งจับกลุ่มสรวลเสเฮฮากัน ดูเหมือนว่า พวกเขาเพิ่งจะได้พักผ่อนหลังกรำงานมาทั้งคืน

        การมาวิ่งบนถนนเลียบชายหาดของผมในครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ทุกครั้งที่ผ่านมามันดูไม่โหรงเหรงเท่าครั้งนี้ ผู้คนบางตาอย่างชัดเจน !!!


                    บริเวณถนนริมชายหาด เวลา 05.00 น.

          อากาศยามดึกเย็นสบาย ๆ ผมมุ่งหน้าไปทางพัทยาใต้ ความมืดยังปกคลุมท้องทะเล ด้านซ้ายมือบนถนนอีกฝั่ง ร้านเหล้า ร้านอาหารปิดกันหมดแล้ว แต่บนทางเท้าเลียบชายหาด ในมุมมืดยังมีผู้คนประปราย นั่งจับกลุ่มดื่มกิน ส่วนในมุมสว่าง นอกจากผมที่อาศัยทิวต้นปาล์มเป็นเข็มทิศนำทางแล้ว ยังมีสาว ๆ สวย ๆ ยืนพูดคุยกันใต้เงาหูกวาง อยู่เป็นระยะ ๆ ความหวังของพวกหล่อนยังไม่สิ้นตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ

        แม้สายตาจะสอดส่าย แต่เท้าทั้งสองข้างของผมยังอยู่กับหน้าที่สับสลับไปมาทั้งซ้ายขวาอย่างสำรวม จนมาถึงตึกสูง Pattaya Centre Hotel ทุกครั้งที่ผมวิ่ง จุดนี้จะเป็นจุดวกกลับ (Turning Point) เพื่อบ่ายหน้ามุ่งไปทางพัทยาเหนือ แต่มาครั้งนี้ ป้ายถนน Walking Street เปร่งประกายสีแดงอยู่ตรงหน้า มันชี้ชวนให้ผมถลำเข้าไปแบบคนใคร่รู้


        ผมวิ่งผ่านกลุ่มวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างทะลุเข้าใปในถนนสายชี้ชวน ป้ายประกาศห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่านตั้งแต่เวลา 19.00 – 06.00 น. 
ตั้งอยู่หัวถนน บริเวณหลังป้ายผมเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของผู้คน ทั้งที่เป็นคนไทย คนแขก คนฝรั่งอยู่เต็มไปหมด ยิ่งวิ่งลึกเข้าไปเท่าไหร่ความหนาแน่นของผู้คนก็ยิ่งมากเท่านั้น จนดูสับสนอลหม่าน มีเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานระหว่างหนุ่มสาว บ้างประคองไหล่โอบกอด บ้างจูงมือกันเดิน บ้างโบกมือล่ำลากันอย่างหวานชื่น ริมถนนสองฝั่ง แสง สี เสียงจากร้านอาหาร คลับ บาร์ วูบวาบเป็นประกายสอดรับกับจังหวะเพลงที่ดังอึกทึกรับกันอย่างเร้าใจ

มันอาจเป็นเหตุผลของความโหรงเหรงของถนนเลียบชายหาด ที่ส่งผลลัพธ์ให้พวกเขามารวมตัวกันอยู่ที่นี่ !!!!


                             บนถนน Walking Street

          ผมวิ่งซิกแซ็กหลบหลีกนักท่องราตรี ไปตามถนน Walking Street ไปจนสุดปลายถนนอีกฝั่ง รวมเวลาที่วิ่งจากที่พักมาถึงตรงนี้ เป็นเวลาประมาณ 45 นาที จึงใช้บริเวณป้ายหัวถนนแห่งนี้เป็นจุดวกกลับเพื่อวิ่่งย้อนเส้นทางเดิมอีกครั้ง

เขาเหล่านั้น บางคนมองผมเพียงแว็บเดียว เมื่อคลายสงสัยก็สนุกกันต่อ แต่จำนวนได้เริ่มบางเบาลงไปแล้ว  มันเป็นช่วงเวลาบันเทิงวางวาย นักร้อง นักกีตาร์เปิดหมวกอำลาราตรีอันแสนสั้นของพวกเขากลับไปพักผ่อนสะสมพลัง เพื่อจะกลับมาสู้ใหม่ในถนนแห่งความหวังนี้

"บ๊าย บายเพื่อนเจอกันใหม่พรุ่งนี้" สาวนุ่งสั้น ผมสีทองโบกมือกล่าวลาเพื่อน ๆ 

        ผมเพิ่งมารู้สึกตัวว่ามีมวลเหงื่อเลอะแผ่นหลังตอนผันตัวเองออกมาจากถนน Walking Street  เข้าสู่ถนนเลียบชายหาดอีกครั้งหนึ่ง ความมืดยังอยู่เหนือท้องทะเล มีเพียงเสียงลมและคลื่นแทรกตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนการวิ่งที่ยังคงดำเนินต่อไป ด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ดั่งสายน้ำที่ไหลลัดเลาะแก่งหินด้วยอัตราความเร็ว 16 นาที/ไมล์ มันเป็นจังหวะก้าว (Pace) ที่ลงตัว ที่จะทำให้ผมวิ่งได้ยาวนาน มากขึ้น ๆ โดยไม่เกิดอาการJelly Legs (สมองสั่งวิ่งแต่ขาไม่ไป)

 เสียงคลื่นยังซัดสาด บนถนนมีคนเดินและวิ่งมาสมทบ พนักงานเก็บกวาดทำความสะอาดต่างขมีขมัน เสียงเพลงผู้สาวขาเลาะ ดังลั่นมาจากกลุ่มคิวมอเตอร์ไซด์รับจ้างหน้าป้อมยามที่ประตูตึกสูงของอีกฝั่งถนน  ชีวิตวันใหม่กำลังเริ่ม..

        ผมวิ่งสวนทางเดิมเลยแยกถนนพัทยากลางเลียบชายหาดไปทางทิศเหนือจนถึง Sandalay Resort


                              SANDALAY RESORT

        โปรแกรม FITAPP รายงานข้อมูลเข้าหู "ขณะนี้คุณได้ทำเวลา 1.21.26 ชั่วโมงระยะทาง 4.82 ไมล์ พลังงาน 451 แคลอรี อัตราความเคลื่อนไหว 16.52 ไมล์/ชั่วโมง

        นี่เป็นสถิติที่ผมทำไว้เมื่อสองวันที่แล้ว ถ้าผมใช้ระยะทาง 4.82 ไมล์เป็นเป้าหมาย ผมควรหยุดแค่นี้ !!!


         ภาพชีวิตผู้คนบนถนน Walking Street ถนนเลียบชายหาดและ
ทุกเส้นทางที่ผมผ่านมาเมื่อครู่ กระตุ้นเตือนให้ผมประเมินสมรรถนะตนเอง ความหวังทำให้ชีวิตของผู้คนเหล่านั้นต่อสู้ไม่หยุด เช่นกัน...ความหวังของผมคือ การวิ่งให้ทะลุเป้าที่เคยทำไว้ จึงใช้จุด Finish เป็นจุด Start เพื่อทำเป้าหมายใหม่

          ผมวิ่งกลับทางเดิมอีกครั้ง ขณะนั้นเป็นเวลา 05.24 น.เริ่มมองเห็นท้องทะเลอย่างเลือนราง จนเห็นฟองคลื่นสีขาวตะเกียกตะกายแทะเล็มชายฝั่งที่สวย มีเสน่ห์ ลูกแล้วลูกเล่าไม่จบไม่สิ้น 

        เวลา 05.46 น. แสงแรกของเช้าวันใหม่ได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง แสงไฟนีออนรอบข้างดับลง เมื่อท้องฟ้ากระจ่าง ณ อนุสาวรีย์ปลาโลมา ผมทำระยะทางได้ 6.24 ไมล์ ใช้พลังงาน 572 แคลอรี อัตราความเคลื่อนไหว 16.52 นาที/ไมล์ รวมเวลา 1.43.48 ชั่วโมง

        นี่คือจุดทะลุเป้า !!!


        ผมหยุดพักเก็บภาพบริเวณนั้นไว้เป็นที่ระลึก 4-5 ภาพ แล้ววิ่งวอร์มดาวน์กลับที่พัก ถึงหน้าโรงแรม First Pacific  Hotel& Convention ในเวลา 06.27 น. รวมระยะทาง 8.37 ไมล์ ใช้พลังงาน 779 แคลอรี ในเวลา 2.19.51ชั่วโมง

เมื่อวันวาน เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญหน้าร้านสะดวกซื้อ ประมวลผลมวลกาย (BMI) ได้ 22.5 และบอกเป็นนัยว่า น้ำหนักคุณสมส่วนดีมาก หนทางที่ผ่าน ประสบการณ์ที่ได้ กว่าจะมาถึงจุดนี้ แสนยาก แต่ที่ยากยิ่งกว่าคือ การรักษาน้ำหนักให้สมส่วนดีมากอย่างถาวร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น