Adam Schoenbart: เขียน
สุริยา เผือกพันธ์:แปลและเรียบเรียง
"การศึกษาในระบบให้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต
ส่วนการศึกษาด้วยตนเองทำให้มีโชคลาภ (Formal education will make you a living; self- education
will make you a fortune)" – Jim Rohn
ในครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
นักวิทยาศาสตร์นำอุปกรณ์ที่เรียกว่า Art Fry มาติดที่หลังกระดาษและกลายเป็นกระดาษโน็ต (Post-it) ยอดนิยมในที่สุด ฟรี เป็นอุปกรณ์เครื่องเขียนที่สำคัญของบริษัท 3 เอ็ม (3M) ที่ใช้เวลาเพียง 15 % ของตารางการทำงานของพนักงานแต่ทำให้งานเรียบร้อยดีกว่าการจัดการโดยผู้จัดการ
ในโอกาสนี้ ริชาร์ด ดรู
(Richard Drew)ไม่เพียงแต่จะหาวิธีการใน
การสร้างนวัตกรรมเท่านั้น แต่เขายังสร้างเทปกาว (Tape)
โดยใช้วิธี
เดียวกันกับกระดาษโน็ตโดยใช้เวลา 20% ของตารางงาน ด้วยกูเกิ้ล (Google) ที่สร้างโดยจีเมล
(Gmail) อีกด้วย
ถ้าวิธีการนี้ ทำงานได้ดีในวงการธุรกิจ ทำไมมันจะนำมากับงานของโรงเรียนไม่ได้ !!!!
สิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้แบบดั้งเดิม
แผนการสอนของครูนำนักเรียนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
แต่ปัจจุบันนี้ มีการเรียนรู้โดยใช้ความชอบเป็นฐานเกิดขึ้น (Passion-based
learning) ซึ่งให้เวลานักเรียนสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงเพื่อเรียนรู้บางอย่างที่พวกเขาสนใจเลือก
ในปีการศึกษาหลังสุด ผู้เขียนได้ใช้แนวคิดนี้มาปฏิบัติ นักเรียนได้ใช้เวลาในชั้นเรียนทุกวันพุธ เพื่อทำโครงการที่พวกเขาชอบ พวกเขาระดมสมองเพื่อเลือกสิ่งที่พวกเขาสนใจจะเรียนรู้ หัวข้อหลายหัวข้อเกี่ยวข้องกับอาชีพในอนาคตหรือศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัย รวมทั้งเรื่องกลุ่มดาวอังคาร ผลกระทบของลัทธิสองภาษาต่อสมอง พลังของฟุตบอลในการสร้างชุมชน ดนตรีมีผลต่อจิตวิทยาของวัยรุ่นอย่างไรและสถิติเกี่ยวกับภาพยนตร์ Blackjack เป็นต้น
ในการเรียนรู้แบบใช้ความชอบเป็นฐาน
กระบวนการกับผลผลิตมีความสำคัญเท่า ๆ กัน นักเรียนจะส่งงานทุกสัปดาห์และมีกำหนดนัด
หมาย(Deadlines) ที่แน่นอน ในการเข้าไปปรับปรุงบล็อก (Blogspot) ให้ทันสมัยและเขียนอ้างอิงบรรณานุกรม (An
noted Bibliography) ส่ง สิ่งเหล่านี้ เป็นที่ที่สำหรับตรวจงานที่นักเรียนทำส่งครู ให้ครูเห็นความก้าวหน้าของการทำงานและช่วยให้คำแนะนำย้อนกลับได้
ผลการสืบค้นในงานชิ้นสุดท้ายจะแสดงให้เห็นถึงผลการเรียนรู้ของพวกเขา นักเรียนจะเป็นคนเลือกวิธีการนำเสนอผลงาน ด้วยการจัดลำดับการนำเสนอด้วยวิดีโอและเว็บไซด์
ตัวอย่างเช่น สมาชิกชมรมงานละครคนหนึ่ง
ได้เข้าไปสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จจะต้องทำอย่างไร เธอได้สร้างเว็บไซด์ แบ่งปันแหล่งเรียนรู้
ข้อแนะนำและผู้เชี่ยวชาญแก่นักเรียนที่ต้องการประกอบอาชีพนักแสดง
นักเรียนอีกคน
เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนา การตลาดและการขายยา แม่ของเขาทำสิ่งเหล่านี้ในการดำรงชีวิตและเขาใช้เวลาทำความเข้าใจงานของแม่ให้ดีขึ้น ด้วยการสัมภาษณ์แม่ การค้นคว้าและนำเสนอสิ่งค้นพบในห้องเรียน
ขณะที่ซินเธียร์ (Cynthia)
นักเรียนอีกคนหนึ่ง บอกว่า เธอได้ไปสัมภาษณ์นักการเมืองท้องถิ่น ทำให้รู้ว่าเวลา 20% ของพวกเรามีความสำคัญในการเรียนรู้บางสิ่งมาก ซินเธียร์และเพื่อนอีกสามคนได้ค้นคว้าบทบาทของตำรวจเกี่ยวกับอคติและการเหยียดผิว จากผลของความพยายามในการใช้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเธอได้ค้นคว้าในหัวข้อนี้ โดยสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการมีผลกระทบต่อชุมชนของเราอย่างไร
หลังจากที่วุฒิสมาชิกได้กล่าวไว้ที่โรงเรียน
ซินเธียร์ได้สัมภาษณ์เขาเกี่ยวกับเนือหานี้ กลุ่มได้ติดตามการเรียนรู้โดยใช้อีเมลและอ้างอิงคำพูดของเขาในรายงานโครงการ อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นการค้นคว้าวิจัยในชีวิตจริงที่เป็นปัจจุบัน พวกเธอเรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายมีผลต่ออคติอย่างไร การทำแบบสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักการเมือง
และสำรวจความคิดเห็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนที่รับรู้เรื่องนี้ได้เข้าใจดีขึ้น
ท้ายที่สุด พวกเธอได้นำเสนอเอกสารการวิจัย ผลการเรียนรู้ บทสัมภาษณ์และข้อค้นพบในชั้นเรียนอีกด้วย
ด้วยเหตุผลที่ว่า
นักเรียนได้ติดตามสิ่งที่พวกเขาสนใจ ซึ่งทุกหัวข้อไม่ได้เข้มงวดในเชิงวิชาการ แต่เป็นการเรียนรู้ทักษะและได้ความรู้ใหม่ ที่ปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐานอยู่เสมอ การให้ความสำคัญกับการผลสะท้อนกลับ ครูได้ให้นักเรียนเขียนรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนรู้ การเรียนรู้และความก้าวหน้าของพวกเขา ท้ายที่สุดพวกเขาได้คาดหวังถึงการประเมินผลงานของพวกเขา ด้วยการตอบชุดคำถาม ตัวอย่างเช่น พวกเขาใช้ทักษะอะไรในระหว่างกระบวนการเรียนรู้ ขณะที่เรียนรู้อยู่นั้น จงบอกความประทับใจแก่ครู เกี่ยวกับสิ่งที่ชอบ ความซื่อสัตย์ และความก้าวหน้าจากพลังของผลสะท้อนที่เป็นกระบวนการของการศึกษาจริง ๆ
นี่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานหรือเกรด แต่มันเป็นเรื่องการมอบอำนาจในการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน เมื่อพวกเราได้เอาใจใส่หรือตื่นตัวขึ้น จะทำให้เราทำได้มากและทำได้ดีขึ้น การเรียนรู้อย่างมากมายที่เกิดขึ้นในตัวของนักเรียนคือ การจัดการและควบคุมระดับจุลภาค (Micro-Managed and Controlled) โครงการที่พวกเขาเลือกและมีความชอบมีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาที่ดี
นักเรียนบางคนมีความทะเยอทะยานในการทำงานที่พวกเขาเห็น
ว่าประสบความสำเร็จยาก ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งต้องการเรียนเกี่ยวกับแกนพวงมาลัยรถยนต์และการซ่อมรถยนต์เก่าแทนที่เขาจะเรียนเกี่ยวกับรถยนต์ทั้งคัน ซึ่งวันหนึ่ง ด้วยความทะเยอทะยาน เขาสามารถจะกลายเป็นผู้ชำนาญการได้เมื่อเขาใช้ความพยายามอีกครั้ง
คนอื่น ๆ
ได้เปลี่ยนเป้าหมายของพวกเขาแต่มีจำนวนน้อยที่ละทิ้งกลางคัน ขณะที่บางคนได้รู้ถึงสิ่งที่ชอบในทันทีทันใด
อีกส่วนหนึ่งต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาแนวความคิด บางคนมีปัญหาเกี่ยวกับงานที่มีลักษณะเป็นนามธรรม การเรียนรู้เกี่ยวกับทุกสิ่งที่เราต้องการ
การค้นหาความหมาย ด้วยความมีอิสระ ทำให้มีความต้องการในการจัดทำโครงสร้างและการตรวจสอบ สู่การรับรองการเรียนรู้ในทางปฏิบัติในโอกาสต่อไป
นอกจากนี้
นักเรียนส่วนใหญ่ยังสนใจการเรียนตามความชอบมากกว่าบทเรียนที่ครูใช้สอน เพราะว่าพวกเขามีอิสระในการทำกิจกรรมที่นำประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตัวของพวกเขาเอง ในขณะที่ครูอาจไม่มีความรู้มากมายนักเกี่ยวกับดาวอังคารหรือประเภทของเครื่องยนต์ แต่นักเรียนเขารู้ เพราะความชอบ มีความลึกซึ้งในความรู้และมีความมุ่งมั่นในการค้นคว้า ซึ่งไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน และเป็นเพราะว่าเรามีส่วนร่วมในกระบวนการด้วยกัน นักเรียนทุกกลุ่มยังได้แบ่งปันความท้าทายและความสำเร็จแก่กันและกันอีกด้วย
ในปีนี้ ยังจะดำเนินการด้วยวิธีการนี้ต่อไปและพยายามที่จะประสานความร่วมมือกับนักเรียนที่ได้สอนประจำในห้องเรียนให้มากยิ่งขึ้น โดยต้องการที่จะมอบอำนาจให้นักเรียนค้นหา เรียนรู้และแบ่งปัน
เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาชอบตลอดทัั้งปี ไม่เฉพาะแค่หน่วยเรียนรู้หน่วยเดียว แต่อยากให้นักเรียนได้พิจารณาถึงสิ่งที่เขาชอบ เขาเกลียดและต้องการการเปลี่ยนแปลงทั้งชีวิต ชุมชนและอนาคตของพวกเขา
ดังนั้น การเรียนรู้โดยใช้ความชอบเป็นฐาน นักเรียนของเราไม่เพียงแต่ใช้กูเกิ้ลเป็นเครื่องมือแบบกระดาษบันทึกหรือจีเมล แต่แน่นอนว่า มันจะต้องเป็นสิ่งที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของโลกและเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้เพื่อสิ่งที่ดีกว่าได้ด้วย







ขอบคุณมากค่ะสำหรับเนื้อหาดีๆ
ตอบลบอ่านแล้วเข้าใจมากค่ะเนื้อหามีทั่งที่มาและการเปรียบเทียบทำไห้หนูคิดได้หลายอย่างจากเรื่องบางเรื่องที่ไกล้ตัวเราแต่บางครั่งเราละเลยไปเป็นสิ่งเล็กๆๆที่เราควรไช่เวลามองเห็นถึงคุณค่าแท้และคุณค่าเทียม. อย่างที่ว่ากระดาษโน้ตสามารถบอกสิ่งที่เราต้องทำได้และเมือเราทำเสร็จแล้วเราได้ผลงานทุกชิ้นจนครบ. มันจะไม่มีประโยชนเลยถ้าเรามองมันแค่กระดาษ เราควรมองถึงความสำคัญของมันมากกว่านี้ ขอบคุณมากค่ะที่ไห้แง่คิดดีๆๆๆ
ตอบลบอ่านแล้วเข้าใจมากค่ะเนื้อหามีทั่งที่มาและการเปรียบเทียบทำไห้หนูคิดได้หลายอย่างจากเรื่องบางเรื่องที่ไกล้ตัวเราแต่บางครั่งเราละเลยไปเป็นสิ่งเล็กๆๆที่เราควรไช่เวลามองเห็นถึงคุณค่าแท้และคุณค่าเทียม. อย่างที่ว่ากระดาษโน้ตสามารถบอกสิ่งที่เราต้องทำได้และเมือเราทำเสร็จแล้วเราได้ผลงานทุกชิ้นจนครบ. มันจะไม่มีประโยชนเลยถ้าเรามองมันแค่กระดาษ เราควรมองถึงความสำคัญของมันมากกว่านี้ ขอบคุณมากค่ะที่ไห้แง่คิดดีๆๆๆ
ตอบลบ