วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อย่าโทษครู (How to fix accountability in school education)



                                        Uma Mahadevan-Dasgupta: เขียน
                                                 สุริยา เผือกพันธ์: แปลและเรียบเรียง


        ปัจจุบัน ในบางครั้งความรับผิดชอบได้กลายเป็นเรื่องที่พูดกันมากเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในโรงเรียน ดูเหมือนว่าทุกคนต่างก็มีคำแนะนำเกี่ยวกับการแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ โดยให้ครูเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องผลการสอบของนักเรียน แต่เราควรจะถามพวกเราเองว่า ผลการสอบเป็นวิธีการเดียวสำหรับการพิจารณาถึงระบบการศึกษาที่ดีหรือไม่ ครูเป็นคนเดียวที่ถูกกล่าวหาว่ามีระบบการทำงานที่ไม่ดี หรือไม่ก็กล่าวว่าระบบการศึกษาถูกต้องไม่มีที่ติหรือไม่


        จากรายงานการติดตามการจัดการศึกษาของโลก ปี 2017/18 ของยูเนสโก ได้มีความเข้าใจและมองไปที่บทบาทของผู้มีความรับผิดชอบในระบบการจัดการศึกษาของโลกว่า แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย ต่อพยายามที่จะทำให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ของยูเอ็นเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG4) ด้วยการประกันคุณภาพการจัดการศึกษาสำหรับทุกคนโดยรวมและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

        ในรายงานชี้ให้เห็นว่า การที่จะทำให้เกิดคุณภาพในการจัดการศึกษาของโลก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสอนของครูแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องแบ่งความรับผิดชอบไปให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริหาร โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง เครื่องมือสื่อสารและสังคมโดยรวม องค์กรระหว่างประเทศและภาคเอกชนต่าง ๆ  ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันเป็นเรื่องของทุกคนนั่นเอง


        สำหรับครู พวกเขามีงานซับซ้อนและยากลำบากต่อการปฏิบัติ  ครูเป็นเพียงระฆังที่สั่นรัวอันหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ที่สลับซับซ้อนของระบบการศึกษา ดังนั้น มันจึงไม่ยุติธรรมและคับแคบเกินไปที่จะกล่าวโทษว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น เป็นความรับผิดชอบของครูแต่เพียงผู้เดียว  ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนที่ตกต่ำและการขาดสอน การนำผลการเรียนที่ตกต่ำนี้มาลงโทษครู มันเป็นแนวคิดที่แย่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม รวมทั้งมันเป็นการเสี่ยงที่อาจเป็นผลลัพธ์ที่ทำให้ครูทำการทดสอบแบบไม่จริงจังก็ได้ การสอนโดยใช้การทดสอบไม่ใช่เป็นวิธีการที่ดีที่จะทำให้ระบบการศึกษาก้าวหน้าเสมอไป คะแนนจากการทดสอบโดยตัวมันเองไม่เพียงพอสำหรับการประเมินผลกระบวนการเรียนการสอนที่สลับซับซ้อน การใช้คะแนนทดสอบแต่เพียงอย่างเดียว มันเป็นความเสี่ยงที่จะทิ้งนักเรียนที่เรียนอ่อนไว้เบื้องหลัง ในขณะเดียวกันก็ทำอาจให้นักเรียนที่เก่งทางวิชาการมีความคิดคับแคบว่า สิ่งที่ตนได้จากการศึกษาคือ ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต


อย่าโทษครู !!!

        อย่างเรื่องครูขาดสอน บ่อยครั้ง มันเป็นเรื่องที่อยู่เหนืออำนาจของครู มันไม่ยุติธรรมที่จะให้ครูเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุปัจจัยนี้ ด้วยว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขา ตัวอย่างเช่น เกือบครึ่งหนึ่งของครูที่ขาดสอนในอินโดนีเซีย ในปีหนึ่ง ๆ พวกเขาต้องใช้เวลาเพื่อการเรียน ซึ่งก็ควรหาคนมาสอนแทน

        ในเรื่องนี้ มีการศึกษาถึงครูที่ขาดสอนใน 619 โรงเรียนใน 6 รัฐ โดยมูลนิธิอซิม เปรมจิ (Azim Premji Foundation) พบว่า ครูที่ไม่อยู่ในโรงเรียนทั้งหมด ร้อยละ 18.5 ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่ไปทำหน้าที่อื่น ๆ นอกโรงเรียน ที่ขาดสอนเพราะเถลไถลมีเพียงร้อยละ 2.5


          ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือ การขาดแคลนครู แม้ว่า จะมีเวลาพูดถึงความรับผิดชอบด้วยการเน้นไปที่บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ แต่ควรจะได้มีการพูดถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น ในระบบการศึกษา เราสามารถที่จะหาเงินและทรัพยากรต่าง ๆ สำหรับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยให้ดีกว่าได้อย่างไร เราจะสนับสนุนและฝึกอบรมครูของเราให้ดีขึ้นได้อย่างไร เราจะช่วยชุมชนให้มีการรับประกันว่า เด็ก ๆ ทุกคนจะได้เรียนหนังสืออย่างไร เราจะสามารถสนับสนุนผู้ปกครองที่หลาย ๆ คนไม่เคยไปโรงเรียน ให้สามารถช่วยเหลือลูกหลานของพวกเขาให้ได้เรียนรู้ได้อย่างไร

        กลไกความรับผิดชอบ ควรดำเนินการ เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาด้วยการสนับสนุน ดำเนินการและมีจุดเน้นไปที่ความจำเป็นพื้นฐานในการเข้าถึงการเรียนรู้ อย่างเสมอภาคและรวมถึงคุณภาพของระบบการศึกษา ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

 ......................................................................................................

Uma Mahadeve – Dasgupta is in the IAS (Indian Administrative Service) , currently based in Bengaluru. The views expressed are personal.

        

1 ความคิดเห็น: