สุริยา เผือกพันธ์
“ ใช่ ผมเข้าใจมันดี” มิสเตอร์อากิ ฮาโต (Aki Hato) เพื่อนชาวญี่ปุ่นตอบเมื่อผมถามเขาว่า
“คุณเข้าใจคำว่า Power Spot หรือไม่”
เหตุที่ผมถามเช่นนี้
เพราะมีคนอ้างถึงว่า คำ ๆ นี้ คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นหู แต่ที่ญี่ปุ่นคำ ๆ นี้ได้รับความสนใจอย่างมาก
ผมจึงเริ่มตั้งข้อสังเกตย้อนหลังตั้งแต่เมื่อผมได้คนญี่ปุ่นมาเป็น
เพื่อน คุณอากิ ฮาโตมาเมืองไทยหลายครั้งแล้ว หลังจากเกษียณอายุจากการทำงานในบริษัท Japan Airlines
ทุกครั้งที่มาก็จะใช้เวลาไปอาสาสอนนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา เวลาที่เหลือจากนั้นก็ท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ เท่าที่จะสะดวกไปได้โดยเขาไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ
คุณอากิ ฮาโต (Aki Hato) ซ้ายมือ
วันนี้ก็เช่นกัน
เขาชวนผม เขาอยากไปดูปราสาทหนองหงส์ที่อำเภอโนนดินแดงจังหวัดบุรีรัมย์
ในฐานะเจ้าบ้านผมไม่ขัดข้อง
แถมยังจะพาไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญ ๆ อื่น ๆ ในละแวกนั้นอีกด้วย
พวกเราออกเดินทางจากที่พักราว
9 นาฬิกาเศษ ๆ
อากาศช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ค่อนข้างหนาวเย็นในช่วงเช้าถึงสาย แต่พอบ่ายมากลับร้อนแรง
ก่อนถึงอำเภอปะคำ
จังหวัดบุรีรัมย์ประมาณ 3
กิโลเมตร
สถานที่่แห่งแรกที่เราแวะชมคือ ปราสาทโคกงิ้ว ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดโคกงิ้วเป็นปราสาขนาดเล็ก เป็นส่วนหนึ่งในศาสนาพุทธลัทธิมหายาน ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างได้แก่ 1.ปรางค์ประธาน 2. บรรณาลัย 3. โคปุระ 4. กำแพงแก้ว 5. สระนำ้ 6. กุฏี 7. สระนำ้โบราณ
โบราณสถานแห่งนี้เป็นอโรคยาศาล
(สถานพยาบาล) แห่งหนึ่งในจำนวน 102 แห่งทั่วราชอาณาจักร
เพื่อรักษาผู้เจ็บป่วย ตามพระบรมราชโองการของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1181 – 1218)
แน่นอนว่า ความน่าทึ่งและความซาบซึ้งในงานศิลปกรรมของคน
ยุคก่อน ที่นี่ทำเราอึ้งไม่แพ้โบราณสถานในที่ต่าง ๆ ที่เราเคยเที่ยวชมมา
ปราสาทโคกงิ้ว อำเภอปะคำ
ช่วงเวลาที่พวกเราไปถึงแสงแดดเริ่มแผดกล้า
ความร้อนกำลังเยื้องกรายเข้ามาแทนที่ความหนาวเย็น ในระหว่างนั้น ไม่มีนักท่องเที่ยวคนใดเข้ามาเยี่ยมเยือนสักการะ คงมีแต่พวกเรา 3 คนเท่านั้น
จึงทำให้บรรยากาศดูสงบเงียบเหมาะแก่การเข้าไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิที่ตั้งอยู่ภายในปรางค์พระประธานเป็นอย่างยิ่ง
เยื้องเข้าไปภายในบริเวณวัด
มีพิพิธภัณฑ์เก็บพระพุทธรูป โครงกระดูกและสิ่งของเครื่องใช้ของคนโบราณ
ทั้งสองแห่งยังต้องการการบูรณะซ่อมแซมและพัฒนาให้เป็นแหล่งเที่ยวอีกมาก
พวกเรากลับออกมาสู่ถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอโนนดินแดงอีกครั้ง
รถวิ่งผ่านตัวอำเภอปะคำออกไปทางด้านทิศใต้ สักพักก็ถึงอำเภอโนนดินแดงที่ฝั่งถนนเรียงรายไปด้วยร้านอาหารแบบอีสานรสแซบ เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ผ่านไป แวะหาอะไรรับประทานแบบไม่ต้องใช้เวลานั่งนาน ๆ เป็นอย่างดี
เช่นพวกเรา ขณะนี้เวลาเที่ยงวันพอดี
ทุกคนจึงลงความเห็นกันว่าอาหารเที่ยงอร่อย ๆ คงต้องเป็นร้านใดร้านหนึ่งในบริเวณนี้ และร้านลาบเป็ดบุรีรัมย์ สาขา 3 คือ เป้าหมาย
ผมกับคุณอากิ
ให้เกียรติสุภาพสตรีเป็นผู้ปรุงคำสั่ง แต่ผู้เดียว
เมนูนี้มี ส้มตำกุ้งสด
เป็ดย่าง ต้มยำปลาช่อนและข้าวเหนียว
รสชาติแซบ อร่อยเด็ดไม่เสียเที่ยวที่ตัดสินใจเลือกให้เป็นกอง
กำลังพลาธิการ
“ผ่านมาคราวหน้าจะแวะมาอีก”
พวกเราสัญญากับเจ้าของร้าน
อาหารอีสานรสแซบร้านลาบเป็ดบุรีรัมย์ สาขา 3
ออกจากร้านอาหารไปไม่ไกล
รถมุ่งตรงไปตามถนนสายโนนดินแดงสระแก้ว ก่อนลงเนินพ้นเขตเทศบาลไปทางทิศใต้ ด้านซ้ายมือจะมีอนุสาวรีย์เราสู้ สร้างไว้เพื่อสดุดีวีรชนแห่งถนนละหานทราย – ตาพระยาเมื่อปี พ.ศ. 2522
เป็นทางผ่านที่พวกเราจะไปต่อยังเป้าหมายที่กำหนดไว้ในทริปนี้คือ ปราสาทหนองหงส์ ที่อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 2.5 กิโลเมตร
อนุสาวรีย์เราสู้ อำเภอโนนดินแดง
ประมาณบ่ายโมงกว่า ๆ
เราก็มาถึงตัวปราสาท อากาศร้อนแรงยิ่งขึ้น
ปราสาทหนองหงส์
เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดู ประกอบด้วยปราสาท 3 หลัง
ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูทางเข้าด้านหน้าเพียงด้านเดียว อีก 3 ด้านเป็นประตูหลอก
ผังปราสาททั้ง 3 เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม
ปราสาทประธาน
หลังกลางมีขนานใหญ่กว่าปราสาทอีก 2 หลัง ด้านหน้ามีวิหารหรือ
บรรณาลัยอีก 1 หลังก่อด้วยศิลาแลง
หันหน้าเข้าหาปราสาททิศใต้ อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วกำแพงศิลาแลง มีซุ้มประตูทางเข้าด้านหน้าและด้านหลัง
ลักษณะการก่อสร้างและศิลปกรรมที่พบสันนิษฐานว่า
สร้างขึ้นในสมัยศิลปะขอมแบบบาปวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15
สภาพโดยทั่วไปดูเหมือนว่าได้มีการบูรณะซ่อมแซมมาแล้วระดับหนึ่งจึงมองเห็นโครงสร้างทั้งหมดดูสมบูรณ์กว่า ปราสาทโคกงิ้วในอำเภอปะคำ
แต่ที่ไม่แตกต่างกันเลยคือ
ที่นี่ยังคงเงียบเหงา ไร้นักท่องเที่ยวมาเยือน
แม้ว่าเวลาบ่าย 2 โมงจะเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนที่สุดของวัน
แต่พวกเราได้ใช้เวลาศึกษาดูโบราณสถานแห่งนี้ค่อนข้างนาน เพราะเป็นเป้าหมายหลักที่มิสเตอร์อากิ ฮาต้าอยากมาเยี่ยมชม
ปราสาทหนองหงส์ อำเภอโนนดินแดง
บ่าย 3 โมงพวกเราได้เวลาเดินทางกลับโดยใช้เส้นทางเดิม
ถ้ามีเวลามากกว่านั้นหรืออยากจะกลับเย็นกว่านี้ ใกล้ ๆ
กันยังมีเขื่อนลำนางรองอีกแห่งหนึ่งที่ผู้คนนิยมไปพักผ่อนในวันหยุดแล้วหาอะไรไปรับประทานแบบกินลม ชมวิวได้อีกด้วย
ในช่วงเดินทางกลับเมื่อผ่านอำเภอปะคำ
ถึงบ้านหนองแช่ไม้ ก่อนเข้าตัวอำเภอนางรองเล็กน้อยมีร้านขนมเปี๊๊ยะรสหวานอร่อยลิ้น ที่ทุกคนที่ผ่านไปทางนั้นมักแวะซื้อติดมือไปเป็นของฝากแก่คนที่รักอยู่เสมอ ๆ
ของฝากที่ร้านขนมปอเปี๊ยะ อำเภอนางรอง
“คนมักเข้าใจว่าพลังงานนั้นได้มาจากดวงอาทิตย์แต่เพียงอย่าง
เดียว” คุณอากิ อธิบาย
“ยังไงหรือ” ผมถาม
“จริง ๆ พลังงานของเราอาจได้มาจากสถานที่ต่าง
ๆ ที่เราไปดู”
คุณอากิขยายความ
“มันอาจเป็นความรู้สึกที่ดี
เป็นความเข้มแข็งทางใจ เป็นพลังทาง
บวกที่พวกเราหาได้จากการท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ เหมือนเป็นการชาร์ตแบตเตอรีให้ตัวเรา นี่แหละ Power Spot” มิสเตอร์อากิกล่าวสรุป ก่อนลงจากรถกลับที่พัก
ผมไม่แปลกใจเลยที่คุณอากิ
ฮาโตอายุ 74 ปีแล้วยังดู
สมาร์ต
คล่องแคล่ว อารมณ์ดี และเดินออกกำลังกายทุกเช้า







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น