เป็นที่รู้กันดีว่า
วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren
Buffett)
คือผู้ที่นักลงทุนทั้งหลายให้การยอมรับเสมอมา
คนทั่วไปต่างรู้ดีว่า เขาเป็นผู้มีเสน่ห์คู่ควรแก่การจดจำสำหรับใครต่อใคร
ด้วยศิลปะในการลงทุนของเขา
เมื่อคุณมีความต้องการที่จะร่ำรวยในระดับต้น
ๆ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะต้องมีไหวพริบพอ
ที่จะเดินตามรอยเท้าของเขาอย่างกระชั้นชิด ในฐานะที่เขาเคยประสบความสำเร็จมาก่อน
ด้วยวิธีการที่ง่าย ๆ ในการลงทุนจะทำให้ความสำเร็จของคุณมีความเป็นไปได้มากขึ้นหลายเท่า
ถ้าคุณเรียนรู้และประยุกต์ใช้วิธีการที่ดีที่สุดจากวอเรน
บัฟเฟต
1.อย่าทำให้เงินหายไป (Never Lose Money)
หนึ่งในวิธีการที่ได้รับความนิยมที่สุดที่บัฟเฟตแนะนำคือ
“กฎข้อที่ 1
อย่าทำให้เงินหายไป
กฎข้อที่ 2
อย่าลืมกฎข้อที่
1 “ ถ้าคุณทำให้เงินหายไป มันยากมากที่ทำให้มันกลับคืนมาได้ในจำนวนเท่าเดิม
เท่ากับว่าคุณได้ทิ้งมันไปอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย
2. ได้รับมูลค่าสูงจากราคาที่ต่ำ (Get
High Value at Low Price)
สารถึงผู้ถือหุ้น (Shareholders) ที่เขาเขียนไว้เมื่อปี 2008 กล่าวว่า หลักการอีกอย่างหนึ่งที่บัฟเฟตต์ได้ให้ไว้คือ
“ราคาคือ สิ่งที่คุณจะต้องจ่าย ส่วนมูลค่าคือสิ่งที่คุณจะได้รับ”
คุณสามารถสูญเสียเงินได้ เมื่อคุณจ่ายในราคาที่ไม่พอดีกับมูลค่าที่คุณได้รับ
เช่นเมื่อคุณจ่ายดอกเบี้ยสูงในการใช้หนี้ให้บัตรเครดิต หรือซื้อก่อนจ่ายภายหลัง
แทนที่คุณจะทำตามคำแนะนำของบัฟเฟตต์ เพื่อมองหาโอกาสที่จะได้รับมูลค่าที่สูงจากราคาที่ต่ำ
ดังที่เขาเคยเขียนไว้ “ เกี่ยวกับเรื่องถุงเท่าหรือไม่ก็ถุงน่อง
ที่ผมชอบซื้อมันตอนที่มันลดราคา”
3.
มีนิสัยเก็บรักษาเงินไว้ให้ดี (Form Healthy Money
Habits)
บัฟเฟตต์เคยกล่าวไว้ที่มหาวิทยาลัยฟลอริดาในปี
2007 ว่า “พฤติกรรมส่วนใหญ่ที่คนปฏิบัติประจำคือ
ลักษณะนิสัย และพวกเขาจะพูดว่า มันจะกระทบกันเป็นลูกโซ่ของนิสัย
ที่ทำโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่จะรู้สึกไม่ดีถ้าไม่ได้ปฏิบัติอย่างที่เคยทำ
” สร้างนิสัยเชิงบวกทางการเงินและหยุดยั้งสิ่งที่จะทำให้กระเป๋าคุณแฟบไม่มีเงิน
4. หลีกเลี่ยงหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้จากบัตรเครดิต (Avoid Debt, Especially
Credit Card Debt)
บัฟเฟตต์สร้างความร่ำรวยโดยการรับประโยชน์จากการทำงานของเขา
แทนที่จะใช้จ่ายอย่างที่คนอเมริกันหลายคนทำกัน “ผมเคยเห็นคนจำนวนมากล้มเหลวเพราะ
ดื่่มเหล้าและหยิบยืมเงิน เขาพูดในปี 1991 ที่มหาวิทยาลัยนอเตอร์
แดม (University of Notre
Dame)
จริง ๆ แล้วในโลกนี้ คุณมีเงินมากได้โดยไม่ต้องยืมจากใครก็ได้
ถ้าคุณฉลาดพอ คุณจะหาเงินได้มาก โดยไม่ต้องหยิบยืม”
โดยเฉพาะบัตรเครดิตต่าง ๆ
เขาแนะนำให้หลีกเลี่ยง “อัตราดอกเบี้ยแสนแพงถ้าใช้บัตรเครดิต”
เขาเคยพูดครั้งหนึ่งว่า “บางครั้ง 18 % บางครั้ง20 % ถ้าผมยืมเงินที่ดอกเบี้ย 18 หรือ 20 % ผมตายแน่ ๆ”
5. เก็บเงินสดไว้ในมือ (Keep Cash On Hand)
หลักการอีกอย่างที่จะรับประกันความมั่นคงทางการเงินคือ
รักษาเงินสดไว้ในมือเสมอ
“ ผมรักษาไว้อย่างน้อย สองหมื่นล้านเหรียญเสมอ ๆ แต่ปกติ ที่เป็นเงินสดจะมากกว่านั้น
เขาพูดไว้ในรายงานประจำปี 2014
ของบริษัทเบิร์กไชร์ ฮาธาเวย์ (Berkshire Hathaway)
การทำธุรกิจหรืองานส่วนตัวที่คล้าย ๆ กัน
อาจต้องการสภาพคล่องทางการเงินเพื่อที่จะนำเงินไปใช้ในการลงทุน
เพราะเงินสดเป็นเหมือนดั่งก๊าซออกซิเจนของการทำธุรกิจ ตอนนี้เราอาจคิดไม่ถึง แต่มันจะเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
เมื่อมันหายไป” เขาเคยพูดว่า
“ เมื่อได้เงินมาอย่างถูกต้อง เงินสดเท่านั้นคือ สิ่งที่ถูกกฎหมาย อย่าออกจากบ้านโดยไม่มีเงิน”
6. ลงทุนในตัวคุณเอง (Invest in Yourself)
ใน Inc.com บัฟเฟตต์เคยกล่าวว่า
“ให้ลงทุนในตัวคุณให้มากที่สุดเท่าที่คุณมีความสามารถ
ตัวคุณคือ เจ้าของสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด เขาพูดไว้ในการให้
สัมภาษณ์ในรายการ
CNBC (Consumer News and Business Channel เป็นเครือข่ายโทรทัศน์เคเบิลที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับตลาดหุ้นทั่วโลก) ว่า “เมื่อคุณทำสิ่งใด
ๆ เพื่อพัฒนาความสามารถของคุณและทำให้ตัวคุณมีมูลค่าเพิ่มขึ้นคุณจะต้องจ่ายไปเหมือนกับการซื้ออำนาจให้ตนเอง“
ผลตอบแทนจากการใช้จ่าย จะกลับมามากเช่นกัน
“สิ่งใด ๆ ที่คุณลงทุนไปเพื่อพัฒนาตัวคุณเอง
คุณจะได้รับคืนกลับมาเป็นสิบเท่า ไม่เหมือนกับสินทรัพย์และการลงทุนอื่น
ๆ “ไม่มีใครเก็บภาษีจากคุณได้ และไม่มีใครสามารถขโมย มันไปจากคุณได้ด้วย”
7. เรียนรู้เรื่องของเงิน (Learn about Money)
ส่วนหนึ่งของการลงทุนในตัวคุณเองคือ
เรียนรู้การจัดการเงินให้มากขึ้นในฐานะที่คุณเป็นนักลงทุน
มันจะเป็นการจำกัดโอกาสและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด
โดยบัฟเฟตต์ยืนยันว่า “ความเสี่ยงมาจากความไม่รู้ในสิ่งที่คุณทำ”
เขาเคยพูดไว้ครั้งหนึ่งกับนิตยสารฟอบส์ (Forbs)
ว่าการที่คุณรู้เรื่องการเงินส่วนบุคคลมากก็เท่ากับเป็นการเพิ่มความมั่นคงให้มากขึ้นด้วย
นั่นก็คือจะทำให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด
คำแนะนำของบัฟเฟตต์ที่กล่าวถึงนี้ คือ สิ่งที่คุณจะต้องพัฒนาตนเองเรื่องเงินส่วนบุคคลอย่างขยันขันแข็ง
อย่างที่ชาร์ลี มันเกอร์ (Charlie
Munger)
เพื่อนร่วมงานของบัฟเฟตต์ กล่าวว่า “ตอนไปนอนมีความสง่างามกว่าตอนตื่นนอน”( Go to bed smarter than when you woke
up.”)
8. ถือกองทุนราคาต่ำไว้ในพอร์ตของคุณ (Trust a Low-Cost Index
Fund for Your Portfolio)
ขณะที่บัฟเฟตต์มีความรู้มากและให้คำแนะนำในเชิงปรัชญา
เขายังได้แบ่งวิธีการ ให้คนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ด้วย เช่น เขาเฉลี่ยเงินไปซื้อกองทุนดัชนีโดย“ใช้เงินสด 10 % ซื้อพันธบัตรรัฐบาลและถือไว้ไม่นาน และอีก 90 % ซื้อกองทุนดัชนี S&P 500 ที่ราคาต่ำมาก ๆ “ เขาเขียนไว้ในสารที่ส่งถึงผู้ถือหุ้นในบริษัท Berkshire Hathaway ในปี 2013
บัฟเฟตต์ให้คำแนะนำอย่างนี้หลายปี
“ถ้าคุณลงทุนในกองทุนดัชนีที่มีราคาต่ำมาก
ๆ คุณไม่ต้องใช้เงินลงทุนในครั้งเดียว แต่ใช้วิธีเฉลี่ยลงทุน ในเวลา 10 ปี จะทำให้คุณได้ผลตอบแทนดีกว่าคนอีก 90 % ที่เริ่มลงทุนในเวลาเดียวกัน”
เขาพูดในทีประชุมประจำปี 2004
ที่บริษัท
Berkshire
Hathaway
9. ให้กลับคืน
(Give Back)
จากนิตยสารฟอบส์ บัฟเฟตต์เคยกล่าวไว้ครั้งหนึ่งว่า
“ถ้าคุณเป็นคนที่โชคดีที่สุดในจำนวนคน
1 % คุณจะเป็นหนี้บุญคุณคนที่เหลืออีก 99 %” และในฐานะที่เขาเป็นคนในจำนวน
1 % นั้น บัฟเฟตต์ได้ชี้ให้เห็นถึงการนำเงินกลับคืนให้อย่างที่เขาพูด
อย่างที่บิลเกตส์ (Bill Gates) ผู้ร่วมก่อตั้งคำปฏิญญา(The Giving Pledge ) คนหนึ่ง(บัฟเฟตต์เป็นผู้ก่อตั้งคำปฏิญญา)
ได้ให้ปฏิญญาว่าจะนำเงิน มากกว่า
100,000 ล้านเหรียญคืนแก่ความโชคดีของพวกเขา ขณะที่คุณยังไม่ร่ำรวยคุณก็สามารถสร้างคุณค่าชีวิตของคุณให้มากขึ้นได้ด้วยการให้เช่นเดียวกัน
10. ใ้ห้บริหารเงินเหมือนการเล่นเกมระยะยาว
(View
Money as a Long-Term Game)
บัฟเฟตต์เคยพูดไว้ครั้งหนึ่งว่า “ คนที่กำลังนั่งอยู่ในร่มไม้วันนี้ได้ก็เพราะว่ามีบางคนได้ปลูกมันไว้มานานแล้วก่อนหน้านั้น” และมันเป็นเรื่องจริง
การปลูกและบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางการเงินให้สำเร็จได้ในวันนี้
จะนำความร่มเย็นและความสุขสำราญให้กับคุณในเวลาต่อมา “ความร่มเย็นดังกล่าว อาจหมายถึงการปลอดจากหนี้สิน ความมั่นคงในวัยเกษียณหรือ ความสามารถในการใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรธิดาของคุณ”
(ภาพจากhttps://www.blogger.com/blogger.g?)
การบริหารเงินในระยะยาวมาก
ๆคือ หัวใจสำคัญในการตัดสินใจในการลงทุนของบัฟเฟตต์ ในปี 2004 เขาส่งสารถึงผู้ถือหุ้น โดยกล่าวว่า ผู้ลงทุนควรลงทุนที่ทำให้เกิดประสบการณ์นับสิบ ๆ ปี จุดเน้นของพวกเขา ควรหล่อเลี้ยงประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนไว้ให้ได้ตลอดเวลา เขากล่าวว่า นักลงทุนไม่ควรซื้อขายตามความผันผวนของตลาดหุ้นและวิกฤตทางเศรษฐกิจ
การสร้างความมั่งคั่งและความมั่นคงทางการเงินให้เป็นจริงได้ต้องใช้เวลาและคุณจะสามารถอธิบายมันได้ตามระยะเวลาที่ผ่านไป การบริหารการเงินของคุณจะทำให้เห็นภาพของผู้ที่มีความอดทนอันยาวนาน
ความทรหดจะทำให้คุณสามารถอยู่ในวิถีนี้ได้แม้จะมียากลำบาก
แต่นั่น มันก็จะทำให้คุณมีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคงในที่สุด
.............................................................................................................................................................................
นิตยสารฟอร์จูน
(7 กุมภาพันธ์
2017) http://finance.yahoo.com/news/warren-buffet-10-best-pieces-204340345.html (February 12, 2012)







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น