วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

17 วิธีการป้องกันโรคสมองเสื่อม :17 Ways to Age-Proof Your Brain (1)




                                                                                                Amanda Gardner : เขียน

                                                                   สุริยา เผือกพันธ์ : แปลและเรียบเรียง



     “ลับคมสมองด้วยเคล็ดลับการชะลอความแก่ที่น่าประหลาดเหล่านี้”


      สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเรามันจะส่งผลดีต่อสมองด้วย เช่น การกินผักและผลไม้หลากหลายชนิดที่พอเหมาะพอดี ขณะเดียวกันก็ไม่กินอาหารจำพวกน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป รวมทั้งการได้ออกกำลังกายและนอนหลับในคืน ๆ หนึ่ง (ประมาณ8 ชั่วโมง) ที่เพียงพอด้วย แต่มีหลักฐานจำนวนมากพบว่า กิจกรรมอื่น ๆที่ทำทั้งหมดก็สามารถช่วยรักษาความเยาว์ของสมองของเราไว้ได้ แม้ว่าอายุจะเพิ่มมากขึ้น โปรดอย่าลืมว่า ไม่มีกิจกรรมใดที่เกิดขึ้นด้วยเวทย์มนต์ นอกเสียจากเราจะต้องลงมือทำด้วยตัวเองดังต่อไปนี้ !!!



1.ฝึกเต้นรำ(Takedance lessons)ผู้อาวุโสหลายคนเต้นรำ3–4ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะการเต้นรำในจังหวะบอลรูม (Ballroom Dancing) จะลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อม(Dementia)ได้ถึงร้อยละ 75 เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้เต้นหนังสือ TheNew England Journal of Medicine เคยรายงานไว้ในปี2003ทำไมหรือ?“การเต้นรำเป็นกิจกรรมที่สลับซับซ้อน”โจเวริ์กฮิสส์
(JoeVerghese)หัวหน้าผู้สูงอายุประจำศูนย์การแพทย์มอนเตฟิเออร์
(MontefioreMedicineCenter) ในเมืองนิวยอร์คซึ่งเป็นผู้นำในการศึกษาเรื่องนี้กล่าว “การเต้นแอร์โรบิคช่วยในการไหลของเลือดไปเลี้ยงสมองซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาสมองและส่งต่อไปถึงการพัฒนาจิตใจด้วย ขณะที่มันยากต่อการพิสูจน์สาเหตุและผล(คนที่เป็นโรคสมองเสื่อมอาจทำกิจกรรมน้อย) การศึกษานี้เป็นการศึกษากับคนที่ไม่มีสภาวะสมองเสื่อมและ
ได้ติดตามพวกเขา  นอกเหนือเวลาปกติ

2.  การเล่นดนตรี (Play an Instrument) การเล่นแซกโซโฟน เปียโนหรือไม่ก็อคูเลเล่ ที่นักวิจัยพบว่า การเล่นเป็นเวลา 10 ปีหรือมากกว่า มีความสัมพันธ์กับการจำที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่เล่นน้อยกว่าหรือไม่เล่นอะไรเลย เมื่ออายุมากขึ้น การวิจัยอื่น ๆ ก็แสดงให้เห็นว่า แม้แต่การฟังก็ยังช่วยให้สมองมีพลัง (Brainpower) การศึกษาของวิทยาลัยการแพทย์มหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ดพบว่า การฟังดนตรีบาโรก(Baroque Music) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองที่ช่วยให้มีความตั้งใจและจดจำเรื่องราวได้ดี


3.  เรียนภาษาต่างประเทศ (Learn foreign language) การเรียนรู้ สองภาษาอาจช่วยยืดอายุการเกิดภาวะสมองเสื่อมออกไป คนที่พูดสอง ภาษา โดยเฉลี่ยจะเกิดภาวะสมองเสื่อมช้าออกไป 4 ปีครึ่งซึ่งมากกว่าคน ที่พูดภาษาเดียว การศึกษานี้ได้ตีพิมพ์ในหนังสือวารสาร Neurology ในปี 2013  การวิจัยอื่น ๆ ได้แสดงให้เห็นว่า คนที่พูดได้มากกว่าภาษาเดียวจะ มีความตั้งใจและทำงานได้หลากหลายกว่า ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้กล่าวว่า ในช่วงวัยเด็ก เป็นเวลาที่เหมาะ  ที่เราจะเรียนรู้การพูด 2 ภาษาได้ดีกว่าแต่ก็ไม่สายสำหรับคนที่จะเรียนรู้ ด้วยการฝึกทีละเล็กทีละน้อยจะช่วยเราได้เช่นกัน

4.  เล่นหมากรุก (Play Chess) การเล่นหมากรุก บิงโก้ เช็คเกอร์ และเล่นไพ่ อาจช่วยให้สมองของเราแข็งแรง ในปี 2013 ได้มีการศึกษา คนในฝรั่งเศสพบว่า ผู้ที่เล่นเกมบนกระดาน (Board Game)  มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อม ต่ำกว่าร้อยละ 15 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เล่น และดูเหมือนว่าผลการศึกษาจะเป็นอย่างนั้นมานานถึง 20 ปีแล้ว “แนวคิดนี้จะช่วยสร้างความคงทนของสติปัญญา” เวอร์ฮิสส์ ซึ่งได้ ศึกษาประโยชน์จากการเล่นเกมบนกระดานด้วยคนหนึ่งกล่าว “การเล่น เกมเหล่านี้มาก ๆ จะเป็นการสร้างกันชนให้ต่อสู้กับภาวะสมองเสื่อม อาจเป็นการสร้างหน้ากากป้องกันภัยจากโรคได้ด้วยเวลาที่ยาวขึ้น ซึ่งมันอาจมาคุกคามคุณได้ในทุกเวลา


5.  อ่านให้มากแต่น้อย (Read more of less)  โดยทั่วไปการอ่าน เป็นผลดีต่อสมองอยู่แล้ว แต่การอ่านบทความหรือหนังสือ 2 – 3 เรื่อง/ เล่มจะทำให้เรามีความตั้งใจอ่านแต่ละเรื่อง/เล่มได้มากกว่า “สมองของ เราจะทำงานได้ไม่ดีกับข้อมูลที่มีมากเกินไป การรับมากเกินไปจะทำ ให้สมองเราปิด”  แซนด้า บอนด์ แชปแมน (Sandra Bond Chapmanผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพสมองแห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ดัลลัส ( Director of the Center for Brain Health at the University of Texas at Dallas) กล่าว “อ่านบทความดี ๆ เพียง 1 – 2 ชิ้นและพินิจพิเคราะห์มันให้ลุ่มลึก จะดีกว่าอ่านมันมากเป็น 20 เรื่องแต่ไม่ได้ใช้ความคิดอะไร”

6.  เปลี่ยนรูปแบบตัวพิมพ์ (Changes your font) ในเวลาที่เราต้องอ่านเอกสารทำงานครั้งต่อไป ลองพิจารณาเปลี่ยนแปลงตัวอักษรบ้าง ก่อน ที่จะปริ้นมันออกมา มันเป็นโอกาสที่เราจะได้ อ่านเอกสารที่มีตัวอักษรง่าย ๆ จาก Arial หรือ Time New Roman  ไปเป็นบางตัวที่มีความชัดเจนน้อยกว่าเช่น Comic sans หรือ Bodoni อาจพัฒนาความเข้าใจของและเรียกความจำข้อมูลของเรากลับคืนมา อ้างถึงการศึกษาเล็ก ๆ ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ทำนองเดียวกับที่โรงเรียนโอไฮโอ (Ohio high School) ได้เปิดเผยว่า นักเรียนที่ได้รับใบงานที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรไม่ค่อยชัดเจนจะทำผลงานในแบบทดสอบได้ดีกว่านักเรียน ที่สามารถอ่านใบงานได้ชัดเจนกว่า “มันเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ไม่เจ็บ - ไม่จำ (No – pain – no - gain phenomenon)” เมื่อเราออกแรงใช้ความพยายามเพิ่มขึ้น สมองจะให้รางวัลเรากลับคืนด้วยความเข้มแข็ง แต่จะทำให้เราแน่ใจที่จะรักษาสิ่งใหม่ ๆไว้ได้ก็ต่อเมื่อ เราได้เปลี่ยนแปลงตัวอักษรใหม่ ๆ เป็นประจำ




7.  ทำงานอย่างเดียว (Single – task)  ถ้าเราคิดถึงความสามารถในการทำงานหลายอย่างว่าเป็นการพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งของสมอง ลองคิดใหม่อีกครั้ง !! “การทำงานหลายอย่างมันเป็นการปล้นสมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) ของเราไป”  แชปแมน (Chapman) ผู้ซึ่งเขียนเรื่องMakes Your Brain Smarter กล่าว สมองส่วนหน้าที่หน้าที่ควบคุมการตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพของสมอง การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว ณ ขณะหนึ่ง ไม่ใช่ทำหลาย ๆ อย่างในแต่ละครั้ง จะเป็นการส่งเสริมการสั่งการอย่างมีเหตุผลหรือส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ

8.  เขียนเกี่ยวกับความเครียดของเรา (Write Your Stress) ในการศึกษาครั้งหนึ่ง ให้นักศึกษาเขียนเกี่ยวกับความเครียดของพวกเขาจากประสบการณ์ในช่วงเวลา 3 วันโดยใช้เวลาเขียน 20 นาที เป็นการพิสูจน์ความจำในการทำงานและค่าเฉลี่ยผลการเรียน นักศึกษาที่เขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เป็นกลาง (Neutral Events) จะมองไม่เห็นการพัฒนา “เราตั้งสมมุติฐานว่า สาเหตุของความเครียดอันไม่พึงประสงค์ คือความคิดที่ก้าวร้าวเอเดรียล โบลส์ (Adriel Boals) ศาตราจารย์ทางจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทเท็กซัส ( The University of North Texas) ในเดนตัน (Dentonผู้ร่วมเขียนกล่าว “นักศึกษาจะเขียนความคิดที่ก้าวร้าวอย่างเข้มข้น เมื่อความจำเกี่ยวกับงานเพิ่มขึ้น”  ดังนั้น ถ้ามีบางสิ่งมารบกวนเรา อย่าอดกลั้นความรู้สึกเอาไว้ (Don’t BottleIt Up) เขียนมันออกมา !!!!

......................................................................................



Amanda Gardner is an actress, known for Up a Hill (2012), Dates Like This (2012) and Working Out the Kinks (2016).

http://motto.time.com/4117902/age-proof-your-brain/?xid=time_socialflow_facebook (March 29, 2017) 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น