สุริยา เผือกพันธ์
ล่วงเข้าวันที่ 4 มีนาคม 2560 เวลาตีสองเศษ
ผู้คนหญิงชายที่มาจากทั่วทุกสารทิศถูกจัดระเบียบให้เป็นแถวตอนเรียงสี่ ตั้งแต่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน ยาวเลียบถนนริมคลองฝั่งตรงข้ามไปเรื่อย ๆ ในยามวิกาลเช่นนี้ ผมไม่ได้มาที่นี่กว่าสี่สิบปีแล้ว !!
ไม่ทันที่ผมจะได้คิดย้อนไปถึงภาพในอดีตที่ไกลกว่านี้
ขบวนแถวก็เคลื่อนตัวข้ามถนนไปยังอีกฝั่ง บริเวณนั้นบรรยากาศรายล้อมไปด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงจากเสาไฟฟ้าและความสว่างจากยวดยานบนถนนเท่านั้นที่สาดส่องเป็นลำวูบวาบไปมาไม่ขาดสาย
แม้ในเวลานั้นจะเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มานั่งเป็นแถวเรียงรายไปตามความยาวของทางเท้าอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ทุกคนก็อยู่ในอาการสำรวม สงบเสงี่ยมอย่างที่ไม่มีใครต้องบอกกล่าวแต่อย่างใด ขบวนแถวของผมเคลื่อนตัวไปทางด้านทิศใต้ ลัดเลาะผ่านคนที่นั่งเป็นแถวยาวเหยียด ไปเกือบสามสิบเมตรเห็นจะได้ จึงมีที่ว่างสำหรับพวกเราได้นั่งต่อแถวขยายยาวออกไป
พวกเรานั่งเป็นแถวตอนเรียงสี่ตามลำดับ
เหมือนที่เดินตามกันมาตั้งแต่หน้าโรงแรม โดยหันหน้าออกไปทางถนน ด้านหลังเป็นลำคลอง ผมจำได้ว่าเป็นคลองหลอด แต่เดิมย่านนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของคนเร่ร่อนจรจัด แต่ปัจจุบันไม่มีคนเหล่านั้นอาศัยอยู่แล้ว คงเป็นผลพวงของการจัดระเบียบผู้คนของกรุงเทพมหานคร จึงทำให้มีที่ว่างสำหรับให้พวกเราได้มานั่งพักอย่างสะดวกสบาย
ขบวนแถวยังเดินมาต่อท้ายพวกเราอยู่ไม่ขาดสาย
จนคะเนไม่ถูกว่าความยาวของแถวจริง ๆ นั้นยาวเท่าใดและจะไปสิ้นสุด ณ บริเวณใด แต่ที่รู้กันโดยสำนึกของทุกคนก็คือ นี่เป็นการต่อคิว
ในระหว่างรอคิวอยู่นั้น จะมีเจ้าหน้าที่ทั้งเดินทั้งขับขี่จักรยานยนต์เป็นพาหนะเคลื่อนตัวไปมาเพื่อจัดระเบียบแถวและอำนวยความสะดวกในระหว่างที่ทุกคนกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่ตลอดเวลา
“ทุกคนเตรียมเคลื่อนขบวนครับ”
เสียงเจ้าหน้าที่คนหนึ่งส่งเสียงอยู่บนถนน
“เวลา 03.30 น. เราจะออกเดิน..อีก 10 นาทีนะครับ เตรียมบัตรประชาชนไว้ด้วย”
เจ้าหน้าที่คนเดิมให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ขบวนแถวทั้งหมดต่างลุกขึ้นยืน
หันหน้าไปทางด้านหน้าทิศเหนือ อันเป็นจุดเริ่มของทุกคน
เมื่อได้เวลานัดหมายขบวนแถวก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้า เป็นแถวยาวราวกับงูเลื้อย ฝ่าความมืดไปอย่างเงียบเชียบ พวกเราเดินตามคนข้างหน้าไปจนถึงบริเวณฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมใหญ่ที่ผ่านมาเมื่อครู่ แล้วจึงเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานไปยังจุดตรวจตราความปลอดภัย
“ยกบัตรประชาชนขึ้นระดับอกนะครับ”
เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร้องบอก
ทุกคนยกบัตรประชาชนแนบอกลอดซุ้มเอ๊กเรย์
(X-Ray) วัตถุระเบิดไปได้อย่างไม่มีเสียงเตือนจากเครื่องมือตรวจสอบนั้น จนขบวนแถวนำพวกเราทะลุไปชนกับถนนอีกสาย เมื่อข้ามถนนไปอีกฝั่งจนชิดทางเท้าด้านทิศตะวันตกจึงมองเห็นเป็นพื้นที่สนามกว้างใหญ่ แน่นอนว่า นี่คือ “สนามหลวง”
มองกลับหลังไปในทิศทางที่เดินข้ามมา
บนถนนอีกฝั่งเป็นกระทรวงยุติธรรม บนทางเท้าหน้ากระทรวงที่ยาวเหยียดขนานไปกับความยาวของท้องสนามหลวง เมื่อครั้งที่ผมเป็นเด็กเรียนชั้นประถมศึกษา ผมจะมาที่นี่บ่อยมาก โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพราะบนทางเท้านี้จะมีแผงหนังสือที่จำหน่ายหนังสือจำนวนหลายแผง เรียกว่าเป็นตลาดหนังสือขนาดใหญ่ของกรุงเทพ ฯ ในเวลานั้นก็ว่าได้ ที่นั่นมีทั้งหนังสือเก่าและหนังสือใหม่จำหน่ายปะปนกันไปในราคาย่อมเยาว์
แต่ที่ผมประทับใจที่สุดที่เกิดขึ้นในบริเวณเดียวกันนี้คือ การได้มีโอกาสรับเสด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค ในปี พ.ศ. 2506
ตัวผมเล็กนิดเดียว ยังต้องกระเย้อกระแหย่ง เบียดเสียดผู้คนที่เนืองแน่นริมถนนทั้งสองฝั่ง เพื่อจะได้มองเห็นพระองค์อย่างเต็มตา
แต่ที่ผมประทับใจที่สุดที่เกิดขึ้นในบริเวณเดียวกันนี้คือ การได้มีโอกาสรับเสด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค ในปี พ.ศ. 2506
ตัวผมเล็กนิดเดียว ยังต้องกระเย้อกระแหย่ง เบียดเสียดผู้คนที่เนืองแน่นริมถนนทั้งสองฝั่ง เพื่อจะได้มองเห็นพระองค์อย่างเต็มตา
(ภาพจากhttp://www.thaiheritage.net/king/commander/)
ส่วนทางเท้าด้านที่ขบวนแถวพวกเราแนบชิดอยู่นั้น
จะเป็นทางเท้าหน้ากว้างกว่าทางเท้าปรกติและมีความยาวล้อมรอบสนามหลวง ใครก็ตามที่ไปดูแผงหนังสือในวันเสาร์-อาทิตย์ จะต้องเดินฝ่าความหนาแน่นของรถยนต์ไปยังอีกฝั่งเพื่อไปเดินบนทางเท้ารอบสนามหลวงดังกล่าว เพราะในเวลานั้นบนทางเท้าจะเป็นตลาดนัดขายเครื่องใช้ไม้สอย เสื้อผ้าอาหารและสินค้าแปลก
ๆ จิปาถะ เหมือนตลาดจตุจักรในเวลานี้
ขบวนแถวของพวกเราถูกขนาบข้างด้วยขบวนแถวของคนที่ปัดท้ายมาขนาบ จนกลายเป็นแถวเรียงแปด ทุกคนต่างก็รอคอยที่จะข้ามไปฝั่งตะวันตกของสนามหลวง ยืนรอไม่นานนักขบวนแถวก็เคลื่อนตัวขึ้นไปบนทางเท้าที่จัดเต็นท์ไว้รายรอบสนาม เพื่อเป็นร่มเงาให้ผู้คนในเวลากลางวันได้พักร้อน แต่ขบวนแถวเดินตัดเข้าไปในสนามหญ้าที่บัดนี้ ถูกดัดแปลงให้เป็นระเบียงทางเดินลัดไปยังอีกฝั่ง ตั้งแต่กึ่งกลางสนามหลวง
แม้ขบวนแถวจะผ่านเวลาที่รอคอยมานานพอสมควรแล้ว
แต่ทุกคนก็ยังรักษากิริยาสำรวมไว้อย่างไม่คลอนแคลน !!!
บริเวณสนามหญ้าแห่งนี้และในค่ำคืนเช่นนี้
เคยเป็นสถานที่สร้างความบันเทิงให้กับชาวกรุงเทพมหานครมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่เว้นแม้แต่เด็กต่างจังหวัดอย่างผม ที่นี่เป็นแหล่งมหรสพกลางแจ้งขนาดใหญ่ มีจอภาพยนตร์ มีเวทีดนตรี เวทีมายากล ชิงช้าสวรรค์ รถไต่ถัง ร้านปืนลม
ร้านขว้างลูกดอก ฯลฯ
ผมเคยเที่ยวดูมหรสพเหล่านี้มาแล้ว เพลิดเพลินจนลืมกลับบ้าน มารู้ตัวอีกทีก็ดึกมาก จนรถเมล์ประจำทางหยุดวิ่ง ทำให้ผมกลับบ้านไม่ได้ !!!
ท้องสนามหลวงยิ่งดึก
ยิ่งลมแรง อากาศก็ยิ่งหนาวตามแรงลม แผ่นกระดานหน้าร้านปืนลมคือที่ขดตัวนอนของผมในค่ำคืนอันเหน็บหนาวและเปล่าเปลี่ยวนั้น จนกระทั่งรุ่งเช้า มันเป็นค่ำคืนที่ผมจดจำไม่รู้ลืม !!!
ในขณะที่เดินผ่านสนามหญ้าใต้ชายคาเต็นท์
ผมเหลือบมองฝ่าความมืดไปทางทิศเหนือ ไปยังที่ที่ผมใส่ขาสั้น ขดตัวนอนหน้าร้านปืนลม เมื่อกว่าสี่สิบปีก่อนนั้น แม้ข้างหน้าจะมืดดำ แต่ผมมองทะลุเห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน มันเป็นคืนที่หนาวที่สุด ไม่มีคืนใดนับจากนั้นจะยะเยือกเย็นยิ่งกว่า มันทำให้ผมรู้สึกขยาดความหนาวมาจนถึงทุกวันนี้
ขบวนแถวเคลื่อนตัวค่อนไปทางฝั่งตะวันตกของสนามหลวง
ฝั่งตรงข้ามของถนนฝั่งนี้ เป็นสถานที่สำคัญที่ผมจดจำมาตั้งแต่เป็นเด็ก ตั้งแต่วัดมหาธาตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรื่อยไปจนถึงโรงละครแห่งชาติ เป็นต้น
สถานที่สำคัญเหล่านี้ล้วนแต่ผูกพันเป็นเกลียวประวัติศาสตร์ของใครต่อใครหลายคน รวมทั้งผมด้วยคนหนึ่งนอกจากพิพิธภัณฑ์จะเป็นสถานที่ที่ผมเข้าไปชมหลายครั้งในวัยเด็กแล้ว โตขึ้นมาอีกหน่อย
ในยุค 3 ยอ ผมยาว เสื้อยืด กางเกงยีนส์ สถานที่ใกล้เคียงกันที่ผมไปบ่อยในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยปิด (แต่เปิด) ผมไปเรียนรู้อะไรต่ออะไรมากมาย ที่นั่นมีงานศิลปะ มีดนตรี นิทรรศการ มีอภิปรายทางวิชาการ มีการแลกเปลี่ยนความรู้แบบรอบด้านหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา ศาสนา สังคม เศรษฐกิจและการเมืองแบบไม่มีการสะสมหน่วยกิต ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน นอกจากอยากจะได้หนังสืออ่านสักเล่มสองเล่ม ที่มีวางขายในบริเวณงานเต็มไปหมด ก็ต้องควักตังค์จ่ายเป็นครั้งเป็นคราวไป
สนามหลวงจึงเป็นเหมือนลมหายใจของผู้คนมากมายที่ผ่านไปมา เป็นที่นัดหมาย เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งค้าขาย เป็นที่ช็อปปิ้ง เป็นที่ออกกำลังกาย เป็นที่หลับนอนของคนเร่ร่อนจรจัด เป็นที่จัดแสดงมหรสพ เป็นที่ชุมนุมทางการเมืองตลอดจนเป็นที่จัดพระราชพิธีต่าง ๆ ฯลฯ
หลายครั้ง...ที่ผมไปเบียดเสียดกลุ่มคนเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ทรงโปรยหว่านลงแปลงนาในวันพระราชพิธีมงคลจรดพนังคัญแรกนาขวัญ ที่ท้องสนามหลวง
ขบวนแถวขยับตัวไปทางด้านทิศใต้ ข้างหน้าไกลออกไป แสงไฟสาดส่องขึ้นเหนือวัดพระศรีรัตนศาสดารามมองลิบลิบเห็นเป็นสีทองเปล่งประกายงดงามยิ่งนัก ที่แห่งนี้ เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ผมเคยเข้าไปกราบพระแก้วมรกตมาแล้ว มันนานมากจนนึกภาพไม่ออกว่า ปัจจุบันนี้จะสวยสดงามเพียงใด !!
พวกเรามาถึงหน้าเต็นท์จุดรอคอย ในเวลาตีสี่กว่า ๆ เจ้าหน้าที่จัดให้เข้าไปนั่งรออยู่ในเต็นท์เป็นแถวตอนเรียงสี่เช่นเดิม นั่งได้สักพักก็มีเจ้าหน้าที่ทหารนำขนมกับน้ำดื่มมาแจกให้ เป็นการรองท้องไปก่อนในยามค่อนรุ่ง
เวลาตีห้า
ขบวนแถวทั้งหมดยืนขึ้น เพื่อเตรียมเคลื่อนตัวไปข้างหน้า เวลาที่ทุกคนต่างรอคอยมาถึงแล้ว
!!!
การจัดระเบียบแถวเป็นไปโดยจิตสำนึก
ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมมากกว่าเดิม จุดหมายของทุกคนคือ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า...พระบรมมหาราชวัง !!!
ทุกคนรู้ดีว่า การเดินทางมาครั้งนี้ มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของตนเอง มันเป็นเกลียวประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในยุคสมัยที่ตนเองมีส่วนร่วมในการสร้าง ด้วยความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์
ในค่ำคืนอันดึกสงัดเยี่ยงนี้ เมื่อสี่สิบปีก่อน ผมนอนเหน็บหนาวเดียวดายอยู่ในบริเวณนี้ตามลำพัง แต่สำหรับค่ำคืนนี้มีผู้คนเดินทางจากทั่วทุกสารทิศมาเป็นเพื่อนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่มีใครถามใครว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะดูเหมือนว่าพวกเราถูกหลอมดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียวกันหมดแล้ว เหลือเพียงช่วงเวลาต่อจากนี้....
ทุกคนรู้ดีว่า การเดินทางมาครั้งนี้ มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของตนเอง มันเป็นเกลียวประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในยุคสมัยที่ตนเองมีส่วนร่วมในการสร้าง ด้วยความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์
ในค่ำคืนอันดึกสงัดเยี่ยงนี้ เมื่อสี่สิบปีก่อน ผมนอนเหน็บหนาวเดียวดายอยู่ในบริเวณนี้ตามลำพัง แต่สำหรับค่ำคืนนี้มีผู้คนเดินทางจากทั่วทุกสารทิศมาเป็นเพื่อนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่มีใครถามใครว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะดูเหมือนว่าพวกเราถูกหลอมดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียวกันหมดแล้ว เหลือเพียงช่วงเวลาต่อจากนี้....
แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานนักในการรังสรรค์สิ่งสวยงามให้กับยุคสมัย แต่ก็เป็นบุญวาสนาของทุกคนที่ได้มีโอกาสไปร่วมสักการะพระบรมศพ
พ่อหลวงของพวกเราทุก ๆ คน








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น