วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

ร้อนขึ้นเขา หนาวลงทะเล


                                                                        สุริยา เผือกพันธ์


        ก่อนหน้านี้นานนับสัปดาห์ ผมโทรศัพท์ไปจองห้องพักในรีสอร์ทที่เขาใหญ่ เจ้าของบอกปิดเพื่อปรับปรุง จึงต้องใช้ Agoda.com ใน
อินเตอร์เน็ต เสริ์ชหาที่พักแห่งใหม่และมาลงตัวที่ เขาใหญ่วิลล่า กม. 12 บนถนนธนะรัชต์ขับรถไปถึงที่นั่นตอนบ่ายแก่ ๆ ของวันที่ 6 มีนาคม 2560 เมื่อจัดแจงข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าไปร้านอาหารที่เคยติดในรสชาติและบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยขุนเขาเมื่อสาม-สี่เดือนก่อนหน้านี้ ถึงจะไกลจากที่พักสักหน่อยแต่ก็อยากจะไปลิ้มลองอีกครั้ง

        แต่เมื่อไปถึง เห็นป้ายหน้าร้านเขียนประกาศด้วยตัวหนังสือสีแดงตัวโต ปิด !!!

          อาหารมื้อเย็นจึงมาลงเอยที่ย่านชุมชนแถว กม. 19 แบบกร่อย ๆ เพราะผู้คนไม่คึกคักเหมือนคราวก่อนโน้น

        “หน้าร้อนคนลงทะเล หน้าหนาวคนจะมาที่นี่ค่ะคุณ” เจ้าของร้านทำความเข้าใจกับลูกค้า



                          เขาใหญ่วิลล่า กม. 12 ถนนธนะรัชต์

        รุ่งขึ้นหลังนอนพักเก็บแรงไว้ตะลุยเขาใหญ่อย่างเต็มที่ในวันนี้ 8.30 น. ผมควบสองล้อออกจากที่พักไปตามถนนธนะรัชต์ บนหลังมีเป้บรรจุสัมภาระที่เคยใช้ไปเป็นเพื่อนร่วมทาง เอาแบบ Beginner ไม่ถึงกับต้องโหลดพลังงานคาร์โบไฮเดรตแบบมืออาชีพ อาหารก็ไม่ต้องพกเจล มีเพียงน้ำดื่มหนึ่งขวดหากหิวหมดแรงขึ้นมา ก็คงแวะช็อป ชิมข้างทางน่าจะโอเคแล้ว 

       เช้านี้ อากาศยังเย็นสบาย บนถนนไม่ค่อยมียวดยานเท่าใดนักจึงปั่นแบบอุ่นเครื่องร่างกายไปเรื่อย ๆ ได้ระยะทางราว 10 กิโลเมตรก็ถึงหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คราวที่แล้วผมปั่นทะลุด่านขึ้นไปถึงสำนักงานอุทยาน ฯ บนเขาใหญ่

       แต่คราวนี้...ไม่ !!!

        ผมมีการบ้านที่จะต้องทำเพราะติดค้างไว้หนก่อนคือ การปันไปบนถนนทางหลวงหมายเลข 3052 เขาใหญ่ วังน้ำเขียว ระยะทาง 77 กิโลเมตร


                Bike lane เริ่มต้นที่นี่ เขาใหญ่ - วังน้ำเขียว

        แต่การไปให้ถึงปลายทางที่วังน้ำเขียวเลยเสียทีเดียวจะทำให้ทริปนี้ยาวเกินไปเป็นปัญหาตอนขากลับ ผมจึงลดเป้าหมายลงมาให้เหลือแค่ตลาดน้ำเขาใหญ่ (Khao Yai Floating Market) ซึ่งมีระยะทาง 28 กิโลเมตรแทน

        เวลาประมาณ 9.10 น. ปั่นออกจากหน้าด่านเขาใหญ่มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เวลาขณะนั้นรัศมีดวงอาทิตย์เลยระดับสายตาไปแล้ว แต่แสงแดดยังดูอบอุ่น บนถนนปลอดความแออัดของยานยนต์ และรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น

เพราะถนนสายนี้เส้นทางสำหรับจักรยาน (Bike Lane) เริ่มต้นที่นี่ !!!

บนทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ทำให้การปั่นผ่อนคลายจากการละแวดระวังลงไปมาก สองฝั่งถนนยังคงมีเอกลักษณ์ของเมืองแห่งการท่องเที่ยวให้เห็นตลอดเส้นทาง นั่นคือ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รีสอร์ทและหมู่บ้านจัดสรรที่ใหญ่โตหรูหรา

        แต่ชั่งน่าใจหาย ส่วนใหญ่ดูเงียบเหงา ร้านรวงบางแห่งถึงกับปิดตัวลง ไม่มีการให้บริการเหมือนเคย อาจเป็นการปิดเพื่อรอจังหวะและโอกาส



      แผงขายผลไม้ที่เคยคึกคักในฤดูท่องเที่ยวมาบัดนี้ปิดตัวเงียบ

        เหงื่อบนแผ่นหลังที่ซึมผิวมาตั้งแต่สิบกิโลแรกของการปั่น บัดนี้มันเพิ่มขนาดมากขึ้น จนเป็นเม็ดเปียกชุ่มมาท่วมเสื้อ Jersey  ขา
ทั้งสองข้างหนักแน่นมีพลังมากขึ้น อัตราการออกตัวของรถอยู่ในระดับปานกลาง ผ่านลำคลองมา 2 สาย ผ่านคุ้ง ผ่านเนินมาหลายคุ้งหลายเนิน สองล้อยังทะยานตัวไปได้สม่ำเสมอ แต่ความเพลิดเพลินก็มาสดุดหยุดลงเมื่อ ทางจักรยานมาสิ้นสุดที่หมู่บ้านอุทุมพรพัฒนา ด้วยระยะทางเพียง 7 กิโลเมตร



           เส้นทางจักรยานมาสิ้นสุดที่หมู่บ้านอุทุมพรพัฒนา

        การขับขี่นับจากนี้ไปจึงเป็นการขอแบ่งปันการใช้ถนนร่วมกันกับยวดยานอื่น ๆ ซึ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะถนนค่อนข้างจะคับแคบจนไหล่ทางไม่มีพื้นที่พอสำหรับให้รถจักรยานวิ่งอย่างสะดวกสบาย

        ผมปั่นผ่านหมู่บ้านที่สองข้างทางเป็นชุมชนค้าขายแบบชนบท
ทั่วไป แต่ที่ท้ายหมู่บ้านก็เริ่มมีธุรกิจบ้านจัดสรรแบบชุมชนเมืองแทรกตัวอยู่บ้าง และที่น่าชื่นชมองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นก็คือ ที่นี่ มีป้ายควบคุมการก่อสร้างอาคารให้เห็น ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ก้าวหน้าทางความคิดในการจัดระเบียบของชุมชน ก่อนที่จะเป็นปัญหาด้านที่อยู่อาศัยในระยะยาว

        เมื่อพ้นหมู่บ้านมาได้ประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะเห็นธุรกิจบ้านจัดสรรแบบทันสมัยให้เห็นอย่างชัดเจน สลับกับพื้นที่เพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารจำพวกพืชไร่ เช่น อ้อย มะม่วง ดอกทานตะวัน เป็นต้น มีทั้งที่กำลังเก็บเกี่ยวและกำลังคราดไถรอฤดูกาลใหม่



                    หมู่บ้าน TOSCANA ตำบลโป่งตาลอง

        หมู่บ้านดังกล่าวคือ TOSCANA  หมู่บ้านจัดสรรรูปทรงปิรามิด และบ้านเดี่ยวทรงยุโรปปลูกสลับเรียงซ้อนกันบนเนินเขา มองดูสวยงามมีเอกลักษณ์ที่น่าทึ่งเลยทีเดียว จนต้องหยุดลงมาชื่นชมและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกดูไปแล้วถ้าเป็นบ้านเรือนแบบธรรมดา ๆ ที่เราเห็นกันโดยทั่วไปมาตั้งอยู่ไกลอย่างนี้คงมีความน่าสนใจน้อย แต่เพราะความแปลกใหม่นี่เองที่ทำให้ TOSCANA เป็นหมู่บ้านในฝัน ที่มีคนสนใจเข้าไปอาศัยอยู่จริง ๆ เป็นแบบเมืองในชนบท จะว่าไปแล้วก็อยู่ห่างจากเขาใหญ่เพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

        หลุดโค้ง TOSCANA ออกไปสักพักใหญ่ ๆ ก็ถึงหมู่บ้านหนองจอก ตำบลโป่งตาลอง ที่ทางแยกกลางหมู่บ้านมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปตลาดน้ำเขาใหญ่ (Khao Yai Floating Market) ระยะทางอีก 7 กิโลเมตรก็จะถึง



                            ป้ายบอกทางที่หมู่บ้านหนองจอก

เมื่อเลี้ยวรถไปตามป้ายบอกทาง สภาพถนนโดยทั่วไปเป็นทางเรียบสลับเนินเล็กน้อย ตัดผ่านทุ่งนา ไร่อ้อย และหมู่บ้านที่อยู่เป็นหย่อม ๆ ตามรายทาง สำหรับการขับขี่บนถนนสายนี้ ยังต้องระมัดระวังตามเคย เพราะไหล่ถนนช่วงที่เป็นที่ลาดเนิน ถูกน้ำฝนกัดเซาะจนเว้าแหว่งใช้งานไม่ได้ บางจังหวะจะมีรถสิบล้อพ่วงบรรทุกอ้อยวิ่งแซงหลังมาแบบไม่เกรงอกเกรงใจ จนอกสั่นขวัญหายไปก็มี

        แสงแดดในเวลานี้ เริ่มจัดจ้าน จนต้องจิบน้ำ และใช้ผ้าบัปปกป้องความร้อนแก่ใบหน้า แต่ใช้ได้ไม่นานก็ต้องดึงออกเพื่อให้การหายใจหายคอเป็นไปโดยสะดวกยิ่งขึ้น การขึ้นเนินลงเนินและระยะทางที่ใช้เวลามากกว่าการปั่นซ้อมปรกติ  ทำให้ต้องใช้พลังงานเพิ่ม หัวใจเร่งรัดการสูบฉีด กล้ามเนื้อต้นขาทำงานหนัก มีการเกร็งตัวบ่อยครั้ง รวมความแล้วมาถึง ณ ตรงนี้ เริ่มมีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ช้ด


                ลงแวะข้างทางหน้าหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง

        ป้ายบอกทางตลาดนำ้เขาใหญ่ที่ผมต้องมองทุกครั้งที่พบ เพื่อ
ต้องการดูว่าจะเหลืออีกไกลแค่ไหนจะไปถึง แต่...ไม่มีป้ายไหนบอกระยะทางไว้ จนมาถึงป้ายนี้ ที่บอกว่า อีก 3 กิโลเมตรจะถึง

        “มันก็ยังไกลอยู่นะ” ผมนึกในใจ

        เหงื่อท่วมตัว น้ำดื่มเหลือน้อย แรงใกล้จะหมด

        แต่ต้องไปต่อ !!!!!

        อีก 1 กิโลเมตร ป้ายสุดท้ายบอกไว้...มันไม่ไกล แต่เป็นเนินสูง สูงที่สุด กว่าทุกเนินที่ผ่านมา

        ผมทดเกียร์ แต่ไม่ทดแรง

        ฝืนต้านแรงโน้มถ่วงป่ายปีนขึ้นไป...ปีนขึ้นไป....ปีนขึ้นไป

        แต่ไปไม่ถึงยอดเนิน ต้องลงจูงเป็นครั้งแรก แม้จะเหลือระยะทางเพียงแค่ 10 เมตร 

        ขึ้นเนินได้ก็มองเห็นประตูทางเข้าตลาดน้ำเขาใหญ่

         อ้า.....ถึงแล้ว !!!!

        ผมพักรถ เวลา 10.48 น. รวมระยะทาง (28 + 10) 38 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง



                           บรรยากาศภายในตลาดนำ้เขาใหญ่

        ตลาดน้ำเขาใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเขาใหญ่ตั้งอยู่หมู่บ้านหนองนกกระเต็น ตำบลวังกระทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สถานที่จัดเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับ ตกแต่งบรรยากาศโดยเน้นประดับประดาด้วยของเก่า ๆ เช่น รถยนต์เก่า มอเตอร์ไซด์เก่าหรือสิ่งของเครื่องใช้เก่า ๆ มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ตีนเขา รายล้อมด้วยการปลูกอาคารแบบร้านค้าและคอกสัตว์เลี้ยงไว้รายรอบเป็นวงกลม วันหยุดมีการจัดแสดงโชว์ของสัตว์เช่น ลิง สุนัข วัวและควาย เป็นต้น เก็บค่าบัตรผ่านประตูวันหยุดราคา 100 บาท วันธรรมดา 50 บาท (ไม่มีการแสดงโชว์)



                   มุมหนึ่งที่สวยงามของตลาดน้ำเขาใหญ่

        ผมใช้เวลาเดินชมความงามและซึมซับบรรยากาศของตลาดน้ำอยู่ 1 ชั่วโมง จนสภาพร่างกายเข้าสู่ภาวะปรกติ เนื่อตัวแห้งเหงื่อ แข้ง
ขามีเรี่ยวแรงกลับคืนมา

          11.40 น. เป็นเวลาพร้อมกลับ !!!!



                                      หน้าห้องจำหน่ายตั๋ว

        “มีใครปั่นจักรยานมาแบบผมบ้างไหม” ผมถามพนักงานขายตั๋ว (แบบอยากมีเพื่อน)

        “ไม่มีหรอกค่ะ มีแต่มอไซด์” เธอตอบปนยิ้ม

        ผมรับฟัง ด้วยความรู้สึกคุ้นชินกับการเป็นคนส่วนน้อย (The Rest) เสียแล้ว

“ยังต้องกลับคนเดียวเหมือนขามา !!!!! ไม่เป็นไร !!! ผมให้กำลังใจตนเอง

 “อีก 38 กิโลเมตรข้างหน้า บ่ายสามโมงคงจะถึงที่พัก” ใจผมคำนวณ

        “ทางไปข้างหน้า ไปไหน” ผมถามเธอต่อ

        “ไปวังน้ำเขียวค่ะ” คำตอบของเธอซ่อนคำถามลึกอยู่ในแววตา

        “อ้อ....ฝากไว้ก่อนวังน้ำเขียว” ความท้าทายผุดขึ้นในใจของผม


         ระหว่างทางขากลับผมต้องพักข้างทางหลายครั้ง เนื่องจากตะคริวมาเกาะกุมกล้ามเนื้อต้นขาถี่ขึ้น  แต่ด้วย Works with a passion ผมก็พาสองล้อมาถึงที่พักได้ตามเวลาที่ใจคำนวณไว้ 
       
       
       
       
       
       
         
       

        

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น