สุริยา เผือกพันธ์
ก่อนหน้านี้นานนับสัปดาห์
ผมโทรศัพท์ไปจองห้องพักในรีสอร์ทที่เขาใหญ่ เจ้าของบอกปิดเพื่อปรับปรุง
จึงต้องใช้ Agoda.com ใน
อินเตอร์เน็ต เสริ์ชหาที่พักแห่งใหม่และมาลงตัวที่ เขาใหญ่วิลล่า กม. 12 บนถนนธนะรัชต์ขับรถไปถึงที่นั่นตอนบ่ายแก่ ๆ ของวันที่ 6 มีนาคม 2560 เมื่อจัดแจงข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าไปร้านอาหารที่เคยติดในรสชาติและบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยขุนเขาเมื่อสาม-สี่เดือนก่อนหน้านี้ ถึงจะไกลจากที่พักสักหน่อยแต่ก็อยากจะไปลิ้มลองอีกครั้ง
อินเตอร์เน็ต เสริ์ชหาที่พักแห่งใหม่และมาลงตัวที่ เขาใหญ่วิลล่า กม. 12 บนถนนธนะรัชต์ขับรถไปถึงที่นั่นตอนบ่ายแก่ ๆ ของวันที่ 6 มีนาคม 2560 เมื่อจัดแจงข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าไปร้านอาหารที่เคยติดในรสชาติและบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยขุนเขาเมื่อสาม-สี่เดือนก่อนหน้านี้ ถึงจะไกลจากที่พักสักหน่อยแต่ก็อยากจะไปลิ้มลองอีกครั้ง
แต่เมื่อไปถึง เห็นป้ายหน้าร้านเขียนประกาศด้วยตัวหนังสือสีแดงตัวโต ปิด !!!
อาหารมื้อเย็นจึงมาลงเอยที่ย่านชุมชนแถว กม. 19 แบบกร่อย ๆ เพราะผู้คนไม่คึกคักเหมือนคราวก่อนโน้น
เขาใหญ่วิลล่า กม. 12 ถนนธนะรัชต์
รุ่งขึ้นหลังนอนพักเก็บแรงไว้ตะลุยเขาใหญ่อย่างเต็มที่ในวันนี้
8.30 น. ผมควบสองล้อออกจากที่พักไปตามถนนธนะรัชต์
บนหลังมีเป้บรรจุสัมภาระที่เคยใช้ไปเป็นเพื่อนร่วมทาง เอาแบบ Beginner ไม่ถึงกับต้องโหลดพลังงานคาร์โบไฮเดรตแบบมืออาชีพ
อาหารก็ไม่ต้องพกเจล มีเพียงน้ำดื่มหนึ่งขวดหากหิวหมดแรงขึ้นมา ก็คงแวะช็อป
ชิมข้างทางน่าจะโอเคแล้ว
เช้านี้ อากาศยังเย็นสบาย บนถนนไม่ค่อยมียวดยานเท่าใดนักจึงปั่นแบบอุ่นเครื่องร่างกายไปเรื่อย ๆ ได้ระยะทางราว 10 กิโลเมตรก็ถึงหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คราวที่แล้วผมปั่นทะลุด่านขึ้นไปถึงสำนักงานอุทยาน ฯ บนเขาใหญ่
แต่คราวนี้...ไม่ !!!
ผมมีการบ้านที่จะต้องทำเพราะติดค้างไว้หนก่อนคือ การปันไปบนถนนทางหลวงหมายเลข 3052 เขาใหญ่ – วังน้ำเขียว ระยะทาง 77 กิโลเมตร
แต่การไปให้ถึงปลายทางที่วังน้ำเขียวเลยเสียทีเดียวจะทำให้ทริปนี้ยาวเกินไปเป็นปัญหาตอนขากลับ
ผมจึงลดเป้าหมายลงมาให้เหลือแค่ตลาดน้ำเขาใหญ่ (Khao Yai Floating Market) ซึ่งมีระยะทาง 28 กิโลเมตรแทน
เวลาประมาณ 9.10 น. ปั่นออกจากหน้าด่านเขาใหญ่มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
เวลาขณะนั้นรัศมีดวงอาทิตย์เลยระดับสายตาไปแล้ว แต่แสงแดดยังดูอบอุ่น บนถนนปลอดความแออัดของยานยนต์ และรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น
เพราะถนนสายนี้เส้นทางสำหรับจักรยาน
(Bike Lane) เริ่มต้นที่นี่ !!!
บนทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่
ทำให้การปั่นผ่อนคลายจากการละแวดระวังลงไปมาก สองฝั่งถนนยังคงมีเอกลักษณ์ของเมืองแห่งการท่องเที่ยวให้เห็นตลอดเส้นทาง นั่นคือ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ
รีสอร์ทและหมู่บ้านจัดสรรที่ใหญ่โตหรูหรา
แต่ชั่งน่าใจหาย ส่วนใหญ่ดูเงียบเหงา ร้านรวงบางแห่งถึงกับปิดตัวลง ไม่มีการให้บริการเหมือนเคย อาจเป็นการปิดเพื่อรอจังหวะและโอกาส
แผงขายผลไม้ที่เคยคึกคักในฤดูท่องเที่ยวมาบัดนี้ปิดตัวเงียบ
เหงื่อบนแผ่นหลังที่ซึมผิวมาตั้งแต่สิบกิโลแรกของการปั่น
บัดนี้มันเพิ่มขนาดมากขึ้น จนเป็นเม็ดเปียกชุ่มมาท่วมเสื้อ Jersey ขา
ทั้งสองข้างหนักแน่นมีพลังมากขึ้น อัตราการออกตัวของรถอยู่ในระดับปานกลาง ผ่านลำคลองมา 2 สาย ผ่านคุ้ง ผ่านเนินมาหลายคุ้งหลายเนิน สองล้อยังทะยานตัวไปได้สม่ำเสมอ แต่ความเพลิดเพลินก็มาสดุดหยุดลงเมื่อ ทางจักรยานมาสิ้นสุดที่หมู่บ้านอุทุมพรพัฒนา ด้วยระยะทางเพียง 7 กิโลเมตร
ทั้งสองข้างหนักแน่นมีพลังมากขึ้น อัตราการออกตัวของรถอยู่ในระดับปานกลาง ผ่านลำคลองมา 2 สาย ผ่านคุ้ง ผ่านเนินมาหลายคุ้งหลายเนิน สองล้อยังทะยานตัวไปได้สม่ำเสมอ แต่ความเพลิดเพลินก็มาสดุดหยุดลงเมื่อ ทางจักรยานมาสิ้นสุดที่หมู่บ้านอุทุมพรพัฒนา ด้วยระยะทางเพียง 7 กิโลเมตร
การขับขี่นับจากนี้ไปจึงเป็นการขอแบ่งปันการใช้ถนนร่วมกันกับยวดยานอื่น ๆ
ซึ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะถนนค่อนข้างจะคับแคบจนไหล่ทางไม่มีพื้นที่พอสำหรับให้รถจักรยานวิ่งอย่างสะดวกสบาย
ผมปั่นผ่านหมู่บ้านที่สองข้างทางเป็นชุมชนค้าขายแบบชนบท
ทั่วไป แต่ที่ท้ายหมู่บ้านก็เริ่มมีธุรกิจบ้านจัดสรรแบบชุมชนเมืองแทรกตัวอยู่บ้าง และที่น่าชื่นชมองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นก็คือ ที่นี่ มีป้ายควบคุมการก่อสร้างอาคารให้เห็น ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ก้าวหน้าทางความคิดในการจัดระเบียบของชุมชน ก่อนที่จะเป็นปัญหาด้านที่อยู่อาศัยในระยะยาว
ทั่วไป แต่ที่ท้ายหมู่บ้านก็เริ่มมีธุรกิจบ้านจัดสรรแบบชุมชนเมืองแทรกตัวอยู่บ้าง และที่น่าชื่นชมองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นก็คือ ที่นี่ มีป้ายควบคุมการก่อสร้างอาคารให้เห็น ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ก้าวหน้าทางความคิดในการจัดระเบียบของชุมชน ก่อนที่จะเป็นปัญหาด้านที่อยู่อาศัยในระยะยาว
เมื่อพ้นหมู่บ้านมาได้ประมาณ
3 กิโลเมตรก็จะเห็นธุรกิจบ้านจัดสรรแบบทันสมัยให้เห็นอย่างชัดเจน สลับกับพื้นที่เพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารจำพวกพืชไร่ เช่น อ้อย มะม่วง ดอกทานตะวัน เป็นต้น
มีทั้งที่กำลังเก็บเกี่ยวและกำลังคราดไถรอฤดูกาลใหม่
หมู่บ้านดังกล่าวคือ TOSCANA หมู่บ้านจัดสรรรูปทรงปิรามิด
และบ้านเดี่ยวทรงยุโรปปลูกสลับเรียงซ้อนกันบนเนินเขา
มองดูสวยงามมีเอกลักษณ์ที่น่าทึ่งเลยทีเดียว จนต้องหยุดลงมาชื่นชมและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกดูไปแล้วถ้าเป็นบ้านเรือนแบบธรรมดา ๆ
ที่เราเห็นกันโดยทั่วไปมาตั้งอยู่ไกลอย่างนี้คงมีความน่าสนใจน้อย
แต่เพราะความแปลกใหม่นี่เองที่ทำให้ TOSCANA เป็นหมู่บ้านในฝัน
ที่มีคนสนใจเข้าไปอาศัยอยู่จริง ๆ เป็นแบบเมืองในชนบท จะว่าไปแล้วก็อยู่ห่างจากเขาใหญ่เพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้นเอง
หลุดโค้ง
TOSCANA ออกไปสักพักใหญ่ ๆ ก็ถึงหมู่บ้านหนองจอก
ตำบลโป่งตาลอง ที่ทางแยกกลางหมู่บ้านมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปตลาดน้ำเขาใหญ่
(Khao Yai Floating Market) ระยะทางอีก 7 กิโลเมตรก็จะถึง
ป้ายบอกทางที่หมู่บ้านหนองจอก
เมื่อเลี้ยวรถไปตามป้ายบอกทาง สภาพถนนโดยทั่วไปเป็นทางเรียบสลับเนินเล็กน้อย
ตัดผ่านทุ่งนา ไร่อ้อย และหมู่บ้านที่อยู่เป็นหย่อม ๆ ตามรายทาง สำหรับการขับขี่บนถนนสายนี้ ยังต้องระมัดระวังตามเคย เพราะไหล่ถนนช่วงที่เป็นที่ลาดเนิน
ถูกน้ำฝนกัดเซาะจนเว้าแหว่งใช้งานไม่ได้ บางจังหวะจะมีรถสิบล้อพ่วงบรรทุกอ้อยวิ่งแซงหลังมาแบบไม่เกรงอกเกรงใจ จนอกสั่นขวัญหายไปก็มี
แสงแดดในเวลานี้ เริ่มจัดจ้าน
จนต้องจิบน้ำ และใช้ผ้าบัปปกป้องความร้อนแก่ใบหน้า แต่ใช้ได้ไม่นานก็ต้องดึงออกเพื่อให้การหายใจหายคอเป็นไปโดยสะดวกยิ่งขึ้น
การขึ้นเนินลงเนินและระยะทางที่ใช้เวลามากกว่าการปั่นซ้อมปรกติ ทำให้ต้องใช้พลังงานเพิ่ม หัวใจเร่งรัดการสูบฉีด กล้ามเนื้อต้นขาทำงานหนัก มีการเกร็งตัวบ่อยครั้ง รวมความแล้วมาถึง ณ ตรงนี้
เริ่มมีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ช้ด
ป้ายบอกทางตลาดนำ้เขาใหญ่ที่ผมต้องมองทุกครั้งที่พบ
เพื่อ
ต้องการดูว่าจะเหลืออีกไกลแค่ไหนจะไปถึง แต่...ไม่มีป้ายไหนบอกระยะทางไว้ จนมาถึงป้ายนี้ ที่บอกว่า อีก 3 กิโลเมตรจะถึง
ต้องการดูว่าจะเหลืออีกไกลแค่ไหนจะไปถึง แต่...ไม่มีป้ายไหนบอกระยะทางไว้ จนมาถึงป้ายนี้ ที่บอกว่า อีก 3 กิโลเมตรจะถึง
“มันก็ยังไกลอยู่นะ”
ผมนึกในใจ
เหงื่อท่วมตัว
น้ำดื่มเหลือน้อย แรงใกล้จะหมด
แต่ต้องไปต่อ
!!!!!
อีก 1 กิโลเมตร
ป้ายสุดท้ายบอกไว้...มันไม่ไกล แต่เป็นเนินสูง สูงที่สุด กว่าทุกเนินที่ผ่านมา
ผมทดเกียร์
แต่ไม่ทดแรง
ฝืนต้านแรงโน้มถ่วงป่ายปีนขึ้นไป...ปีนขึ้นไป....ปีนขึ้นไป
แต่ไปไม่ถึงยอดเนิน
ต้องลงจูงเป็นครั้งแรก แม้จะเหลือระยะทางเพียงแค่ 10 เมตร
ขึ้นเนินได้ก็มองเห็นประตูทางเข้าตลาดน้ำเขาใหญ่
อ้า.....ถึงแล้ว !!!!
อ้า.....ถึงแล้ว !!!!
ผมพักรถ
เวลา 10.48 น. รวมระยะทาง (28 + 10) 38 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ตลาดน้ำเขาใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเขาใหญ่ตั้งอยู่หมู่บ้านหนองนกกระเต็น
ตำบลวังกระทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
สถานที่จัดเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับ ตกแต่งบรรยากาศโดยเน้นประดับประดาด้วยของเก่า ๆ เช่น
รถยนต์เก่า มอเตอร์ไซด์เก่าหรือสิ่งของเครื่องใช้เก่า ๆ
มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ตีนเขา รายล้อมด้วยการปลูกอาคารแบบร้านค้าและคอกสัตว์เลี้ยงไว้รายรอบเป็นวงกลม
วันหยุดมีการจัดแสดงโชว์ของสัตว์เช่น ลิง สุนัข
วัวและควาย เป็นต้น เก็บค่าบัตรผ่านประตูวันหยุดราคา 100 บาท วันธรรมดา 50 บาท (ไม่มีการแสดงโชว์)
ผมใช้เวลาเดินชมความงามและซึมซับบรรยากาศของตลาดน้ำอยู่ 1 ชั่วโมง จนสภาพร่างกายเข้าสู่ภาวะปรกติ เนื่อตัวแห้งเหงื่อ แข้ง
ขามีเรี่ยวแรงกลับคืนมา
ขามีเรี่ยวแรงกลับคืนมา
11.40
น. เป็นเวลาพร้อมกลับ !!!!
“มีใครปั่นจักรยานมาแบบผมบ้างไหม”
ผมถามพนักงานขายตั๋ว (แบบอยากมีเพื่อน)
“ไม่มีหรอกค่ะ
มีแต่มอไซด์” เธอตอบปนยิ้ม
ผมรับฟัง
ด้วยความรู้สึกคุ้นชินกับการเป็นคนส่วนน้อย (The Rest) เสียแล้ว
“ยังต้องกลับคนเดียวเหมือนขามา
!!!!! ไม่เป็นไร !!! ” ผมให้กำลังใจตนเอง
“อีก 38 กิโลเมตรข้างหน้า บ่ายสามโมงคงจะถึงที่พัก” ใจผมคำนวณ
“ทางไปข้างหน้า
ไปไหน” ผมถามเธอต่อ
“ไปวังน้ำเขียวค่ะ” คำตอบของเธอซ่อนคำถามลึกอยู่ในแววตา
“อ้อ....ฝากไว้ก่อนวังน้ำเขียว”
ความท้าทายผุดขึ้นในใจของผม
ระหว่างทางขากลับผมต้องพักข้างทางหลายครั้ง เนื่องจากตะคริวมาเกาะกุมกล้ามเนื้อต้นขาถี่ขึ้น แต่ด้วย Works with a passion ผมก็พาสองล้อมาถึงที่พักได้ตามเวลาที่ใจคำนวณไว้











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น