Deb Peterson: เขียน
สุริยา
เผือกพันธ์:
แปลและเรียบเรียง
Adragogy ออกเสียงว่า
แอน-ดรูห์-โกห์-จี หรือ ก๊อจ-อี (an-druh-goh-jee,or-goj-ee) คือ
กระบวนการช่วยให้ผู้ใหญ่ได้เรียนรู้ คำ ๆ นี้มาจากภาษากรีก andr หมายถึงคน และ
agogus หมายถึงผู้นำ
ขณะที่การสอนแบบ Pedagogy หมายถึง
การสอนนักเรียนโดยเน้นครูเป็นสำคัญ แต่ Andragogy ได้เปลี่ยนจุดเน้นจากครูไปเป็นผู้เรียน ผู้ใหญ่จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อเน้นที่พวกเขาเป็นสำคัญ เพราะพวกเขาสามารถควบคุมการเรียนรู้ของพวกเขาได้ด้วยตนเอง
อเล็กซานเดอร์ แคปป์ (Alexander Kapp)
นักการศึกษาชาวเยอรมันเป็นผู้ใช้คำว่า Adragogy เป็นครั้งแรกในหนังสือของเขาที่ชื่อว่า Plato’s
Educational Idea เมื่อปี 1833 คำที่เขาใช้คือ Andragogik แต่ไม่ได้แพร่หลาย จนกระทั่ง แมลคอล์ม โนว์ (Malcom Knowles) ได้ทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในปี 1970 โนว์เป็นผู้นำในการกล่าวถึงการศึกษาผู้ใหญ่ ได้เขียนบทความมากกว่า 200 ชิ้นรวมทั้งเขียนหนังสือด้วย เขาได้คิดหลักการ 5 ข้อที่ทำให้ผู้ใหญ่เรียนได้ดีที่สุด โดยได้จากการสังเกตการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ซึ่งจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด เมื่อ
1. เขาเข้าใจว่า
ทำไมบางสิ่งจึงมีความสำคัญที่ต้องรู้และปฏิบัติ
2. พวกเขามีอิสระในการเรียนด้วยวิธีการของตนเอง
3. การเรียนรู้จากประสบการณ์
4. เวลาที่เรียนเหมาะสมกับพวกเขา
5. เป็นกระบวนการที่เป็นบวกและส่งเสริมสนับสนุน
โนว์มีชื่อเสียงในการสนับสนุนการศึกษาแบบไม่เป็นทางการของผู้ใหญ่ด้วย เขาเข้าใจว่า ต้นตอของปัญหาต่าง ๆในสังคมของเราที่เกี่ยวพันกับมนุษย์นั้น แก้ไขได้ด้วยการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่บ้าน ที่ทำงานและในที่ต่าง ๆ ที่มีมนุษย์อยู่ร่วมกัน
เขาต้องการให้คนเรียนรู้ได้ทำงานร่วมกับคนอื่น
ๆ ได้ ความเชื่อนี้
เป็นพื้นฐานของประชาธิปไตย
ผลลัพธ์ของแอนดรูห์โกห์จี (Outcomes of Andragogy)
ในหนังสือ Informal Adult Education แมลคอล์ม โนว์
เขียนไว้
ว่า เขาเชื่อว่าวิธีการของ Andragogy ควรจะสร้างผลลัพธ์ดังนี้
1.ผู้ใหญ่ควรได้สร้างความเข้าใจอย่างเต็มที่ด้วยตัวของพวกเขาเอง พวกเขาควรมีความเคารพและยอมรับตนเองและสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้เรื่อย ๆ
2.ผู้ใหญ่ควรพัฒนาทัศนคติในการยอมรับตนเอง
ความรักและเคารพผู้อื่น พวกเขาควรเรียนรู้ถึงความคิดที่ท้าทาย โดยปราศจากการคุกคามคนอื่น ๆ
3.ผู้ใหญ่ควรพัฒนาทัศนคติเกี่ยวชีวิตข้างหน้าอย่างมีพลวัต
พวกเขาควรยอมรับว่า พวกเขาเปลี่ยนแปลงได้เสมอและมองเห็นทุกประสบการณ์เป็นโอกาสของการเรียนรู้
4.ผู้ใหญ่ควรเรียนรู้ไปถึงสาเหตุของปัญหา ไม่ใช่มองแค่อาการของพฤติกรรม แก้ปัญหาตามแนวทางของสาเหตุ ไม่ใช่แก้ที่อาการ
5.ผู้ใหญ่ควรได้รับทักษะที่จำเป็นต่อความสำเร็จตามศักยภาพและบุคลิกภาพของพวกเขา
ทุก ๆคนมีจิตใจเผื่อแผ่สังคมและมีหน้าที่พัฒนาความเป็นอัจฉริยะของตนเอง
6.ผู้ใหญ่ควรเข้าใจคุณค่าที่สำคัญไว้เป็นทุนของประสบการณ์ พวกเขาควรเข้าใจแนวคิดดี ๆ และประเพณีในประวัติศาสตร์ที่สืบเนื่องมาและยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้ผูกมัดผู้คนไว้ด้วยกัน
7.ผู้ใหญ่ควรเข้าใจสังคมของพวกเขาและควรมีทักษะในการ
เปลี่ยนแปลงสังคม ในวิถีประชาธิปไตย ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และรับรู้ถึงผลในการจัดระเบียบสังคม ดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนงานทุก ๆ
โรงงาน คนค้าขายทุกการค้าขาย นักการเมืองทุกผู้
แม่บ้านทุกคน ต้องมีความรู้ที่เพียงพอในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ การต่างประเทศและด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบสังคม สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งอย่างรู้เท่าทัน
มันเป็นวิธีการที่สูงส่งมาก
แต่มีความกระจ่างว่า งานของครูที่สอนนักศึกษาผู้ใหญ่มีความแตกต่างกันกับงานของครูที่สอนเด็ก ๆ มากกว่า
ทั้งหมดคือ
สิ่งที่ตอบคำถามว่า แอนดรูห์โกห์จีคืออะไร






แตกต่างที่กระบวนการในการสอน จากการอ่านบทความแล้วต้องวิเคราะห์ช่วงวัยอายุตลอดจนพฤติกรรมของแต่ละช่วงวัย/แยกชายหญิง/หลอมรวมกับบริบทท้องถิ่นทิ่วัฒนธรรมประเพณีและศาสนา/สังคม/เศรษฐกิจ/การเมือง/เศรษฐศาสตร์การเงินและการอุปโภคบริโภค/มันสอดคล้องต่อหนึ่งหน่วยประชากรนักศึกษาที่เป็นผู้ใหญ่ซึ่งมีความสลับซับซ้อนแตกต่างจากเด็กอย่างสิ้นเชิงค่ะ
ตอบลบ